รักษ์ผู้นั้นเข้ามาในวังหลวง เรื่องนี้เขาต้องรีบแจ้งให้ฮ่องเต้ทรงทราบคราวนี้หงซือซือจำเป็นต้องอยู่นาน หากนางมิได้ความร่วมมือจากไป๋เพ่ยเจินเห็นทีจะปกปิดตัวตนได้ยาก หงซือซือจึงโปะผงนิทราเล็กน้อยให้ไป๋เพ่ยเจินแล้วพานางไปยังโรงเก็บฟืน“จะ เจ้าเป็นใคร? ทำไมหน้าตาเหมือนข้า?” ไป๋เพ่ยเจินเห็นองครักษ์ที่หน้าตาเหมือนตนนั่งอยู่บนกองฟืนกองใหญ่ก็ตกใจ หงซือซือต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่เพื่ออธิบายและตะล่อมให้ไป๋เพ่ยเจินยินยอม“ข้ามีเรื่องต้องตกลงกับเจ้า ข้าจำต้องเข้ามาอยู่ในวังหลวงสักพักแทนที่เจ้า ทว่ามิได้ต้องการฆ่าหรือทำร้ายผู้ใด เพียงมีเรื่องที่ต้องสืบเรื่องหนึ่งเท่านั้น เมื่อเสร็จแล้วก็จะไป เจ้าจะให้ความช่วยเหลือข้าหรือไม่?”ไป่เพ่ยเจินตาเหลือก “เจ้าลอบเข้ามาในวังหลวงอย่างนั้นหรือ?”“ใช่! เจ้าไม่ต้องรู้ว่าข้าเข้ามาได้อย่างไร? แต่ข้าอยู่เป็นเจ้าสักพัก ข้ามิได้อยู่เปล่าหรอก แต่ยังมอบเงินให้เจ้าด้วย” นางล้วงเงินสิบตำลึงมาให้ไป๋เพ่ยเจิน“เจ้าแน่ใจนะว่าจะไม่ทำร้ายหรือฆ่าผู้ใด?” เงินสิบตำลึงนับว่าไม่น้อยเลยสำหรับนางกำนัลที่คอยกวาดใบไม้อย่างนาง“แน่ใจ” หงซือซือล้วงเงินอีกสิบตำลึงในถุงผ้าเล็กโยนให้นางกำนัลคนซื่อเพิ่ม เมื่อไป๋เพ่ยเจินเปิดออกดูก็ทำตาโต“เจ้าจะอยู่นานแค่ไหน?”“ขึ้นอยู่กับว่าข้าจะเจอสิ่งที่ต้องการค้นหาได้เร็วเพียงใด?”“ถ้าเจ้าเป็นข้า แล้วข้าเล่า? ข้าจะไปอยู่ที่ใด?”“ประเดี๋ยวเจ้าไปแอบอยู่ตำหนักฮองเฮาสั