เมื่อนักเล่านิทานลงจากเวทีไปแล้ว คนทั้งโรงเตี๊ยมยังจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ว่าผู้ใดคือนักแปลงโฉมที่ถูกกล่าวถึง หงซือซือตามนักเล่านิรนามผู้นั้นไปเมื่อเดินถึงตัวในระยะปราชิดนางจึงผงะเมื่อเห็นรอยแผลเป็นขีดเล็กๆ หลังใบหู “ท่านอาเจียงข้าคิดแล้วเทียวว่าต้องเป็นท่าน นี่คงกลัวว่าคนทั้งยุทธภพจะไม่รู้ล่ะสินะว่ายังมีเซียนพันหน้าอย่างท่านอีกคน”ชายชราหันกลับมา “ฮ่าๆ ไม่คิดว่าเจ้าจะจับข้าได้เร็วเช่นนี้ แต่ยามนี้ข้าคงอยู่ต่อไม่ได้แล้ว เพราะต้องเร่งมือเดินทางไปแคว้นผิงอีก”“ท่านรับงานไว้อีกหรือ?”“ไม่เชิง ท่านพ่อเจ้าแค่ต้องการให้ข้าช่วยไปดูลาดเลาที่เมืองผิง”“เช่นนั้นข้าไม่รั้งท่านแล้ว กล่าวลากันยามนี้เลย”นางยกสองมือขึ้นประสานคารวะแด่เจียงเผิงเผิง ฝ่ายนั้นไม่ผงกศีรษะรับแล้วกระโจนลงเรือที่มีนั่งรอในตำแหน่งฝีพายอยู่แล้วจอมยุทธ์หงหันหลังกลับ ในห้องโถงโรงเตี๊ยมยุทธภพมีจอมยุทธ์มากมายเอาสินค้าที่ตนหอบหิ้วมาด้วยออกมาเรียงรายบนโต๊ะเพื่อวางจำหน่าย ของส่วนใหญ่ล้วนเป็นของหายากและเจ้าตัวพึงพอใจที่จะนำมาขายให้กับเพื่อนๆ จอมยุทธ์ด้วยกันเท่านั้น“ข้าอยากได้มีดพับ เราลองไปหาดูกันหน่อยเถิดเคยเห็นนักฆ่าสำนักมืออสูร ผู้หนึ่ง ควักออกมาใช้”พราชายาหานซู่ลี่เดินมาปราชิดสหาย“หากเจอเราก็ซื้อคนละอัน เดี๋ยวข้าจะจ่ายเงินเอง”“ขอบใจ ท่านเจ้าสำนัก” หานซู่ลี่ที่เป็นนินจารับจ้างในสังกัดของสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟ หลังจากพระสวามีรู้แล้