ลงมองเสี้ยวหน้าของหนุ่มน้อย แล้วก็รีบยกแขนออกจากไหล่ของคนที่นั่งข้างๆ “อ้อ! ข้าขออภัยจริงๆ ไม่รู้ว่าเจ้าไม่ชอบให้ผู้ใดเข้าใกล้”“มิเป็นไรพี่สาม” หงซือซือค่อยสบายใจขึ้นมานิดหน่อย หวังว่าคราวหน้าเขาจะไม่ลืมตัวมาทำรุ่มร่ามกับนางอีก ทว่าสิ่งที่นางคิดกลับไปไม่ถึงความเอาใจใส่ของฮ่องเต้ที่พยายามคีบอาหารและยกถ้วยแกงพร้อมช้อนมาให้นาง ตลอดเวลาการรับประทานดูเหมือนเขาจะเอาใส่ใจสหายน้อยผู้นี้เป็นพิเศษ“ท่านคงจะชื่นชอบจอมยุทธ์หงจริงๆ” อ๋องเก้าส่ายพระพักตร์เมื่อเห็นกริยาที่พี่ชายผู้แสนเย่อหยิ่งอยู่เสมอของตนลงมือเอาอกเอาใจบุรุษน้อยตรงหน้า“นานทีข้าจะมีสหายรู้ใจ หากเอาใจน้องหงมากหน่อย วันข้างหน้าเขายังจะพอระลึกถึงข้าบ้าง” หมิงเฟยหลงนึกถึงป้ายประจำตัวที่จอมยุทธ์น้อยให้ตนไว้เมื่อคืนก่อน เขามีลางสังหรณ์ว่าวันข้างหน้าอาจจะได้พึ่งพาคนผู้นี้“ไยพวกท่านจึงดูมีลับลมคมในกันเล่าเจ้าคะ พี่สาม?” พราชายาแสร้งโยนหินถามทาง พลันสีหน้าของคนทั้งสองที่นั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้ามก็ดูมีพิรุธพร้อมกัน“มีจริงๆ สินะ”“อืม…พวกเรามีสัญญาให้ความช่วยเหลือกันและกัน”“น่าสนใจนัก สัญญาอันใดหรือ?” ท่านอ๋องเก้าวางจอกน ้าชาลง จ้องพี่ชายเขม็ง ‘เพียงคืนเดียวมังกรขาวตัวนี้ก็ลอบทำสัญญากับหัวหน้าสำนักคุ้มภัยเสียแล้วร้ายกาจนัก นี่หากรู้ว่านางเป็นสตรีจะมิเกี้ยวพาจนได้นำกลับวังหลวงเลยหรือ?’“ก็แค่สัญญาของหมูโง่ขอรับ ท่านอ๋อง” จอมยุทธ์หงตอบสะบัดเสียง ห