ะที่เป็นถึง ‘เคล็ดวิชาระดับวิญญาณ’ เขาไม่เคยพานพบอะไรที่เรียบง่ายและตื้นเขินขนาดดัชนีเหี่ยวเฉาตัดนภาและกรงเล็บวิญญาณเหี่ยวเฉามาก่อนเลย
“ง่ะ… ง่าย?”
หลิวชางได้ยินคำวิจารณ์นั้นก็ถึงกับอ้าปากค้าง ทำหน้าเหมือนคนโง่งม
วิชาไม้ตายก้นหีบสองแขนงนี้ กว่าเขาจะเรียนรู้จนแตกฉานได้นั้นยากเย็นแสนเข็ญเลือดตาแทบกระเด็น โดยเฉพาะกรงเล็บวิญญาณเหี่ยวเฉา แม้แต่บรรพชนตระกูลหลัวผู้เกรียงไกรฝึกฝนมาหลายสิบปี ยังทำได้เพียงเข้าใจแค่ผิวเผิน
ง่ายงั้นรึ?
ล้อเล่นอะไรกัน!
จางอวิ๋นเห็นสีหน้าอีกฝ่ายจึงสั่งเสียงเรียบ “ไหนเจ้าลองแสดงให้ข้าดูสักรอบซิ!”
“ได้ขอรับ!”
หลิวชางพยักหน้ารับคำอย่างแข็งขัน ก่อนจะเริ่มร่ายรำแสดงเคล็ดวิชาทั้งสองออกมาให้ดูเป็นขวัญตา
จางอวิ๋นยืนกอดอกจ้องมองอย่างตั้งใจทุกกระบวนท่า
“มันง่ายแค่นี้จริงๆ ด้วยแฮะ…”
หลังดูจบ เขาก็อดไม่ได้ที่จะวิจารณ์ออกมาตามตรงอีกครั้ง
มุมปากของหลิวชางกระตุกยิกๆ
เอ็งจะเลิกพูดคำว่าง่ายสักคำได้ไหมวะ? ถ้าเก่งนัก เอ็งก็แสดงให้ข้าดูสักรอบเป็นบุญตาหน่อยสิโว้ย!
ตูม!
ในขณะที่เขากำลังก่นด่าในใจ พลันเห็นจางอวิ๋นยกนิ้วชี้ขึ้น พลังเซียนเหี่ยวเฉาสีเทาทองสายหนึ่งหมุนวน ชักนำพลังเหี่ยวเฉามหาศ