้ายังไม่รู้การที่เจ้ากลายเป็นเจ้าหญิงของเมืองขึ้น กับข้าที่ไม่รู้จะยึดแผ่นดินใดเป็นบ้านเกิดดี ผู้ใดน่าสงสารกว่ากัน?”พราชายาหานได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า “บางที เราสองคนอาจจะมีความทุกข์ใจกันคนละอย่าง ว่าแต่ท่านพ่อของเจ้ามิเคยบอกบ้างหรือว่าบ้านเกิดที่แท้จริงของเจ้าอยู่เมืองใดกันแน่?”“ครอบครัวข้าไม่มีแม้กระทั่งสุสานบรรพชน เจ้าว่าแปลกหรือไม่? ทว่าท่านพ่อกับท่านแม่เคยพาข้าไปไหว้ป้ายหลุมศพคนผู้หนึ่งซึ่งไม่จารึกนาม ท่านพ่อบอกแต่เพียงว่านี่คือท่านปู่ เมื่อข้าถามชื่อท่านพ่อก็ไม่ยอมบอก”เจ้าของวังได้ยินสหายเล่าเรื่องน่าสนใจเช่นนั้นก็รีบเรียกให้แม่นมกับนางกำนัลมารับบุตรและธิดาของตนไปอาบน ้าและรับประทานอาหาร แล้วดึงเจ้าของสำนักคุ้มภัยชื่อดังเข้าไปในห้องทรงอักษรของพระสวามี “ข้าเคยได้ยินว่า ท่านพี่มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งที่เล่าถึงความลับในยุทธภพ เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าบางทีท่านพ่อของเจ้าอาจจะเป็นจอมยุทธ์ที่หายสาบสูญไป”พราชายาค้นหาอยู่ครู่หนึ่งหยิบหนังสือเล่มหนาออกมา “นี่ไง! ตำราที่ว่า เจ้ามาดูเร็ว!”“เรื่องลับในยุทธภพ”“ใช่! เรื่องเล่าในยุทธภพในยุคก่อนหน้านี้มีนักประพันธ์ที่โด่งดังคือมารใหญ่มี่อี้ และเรื่องเล่าในยุคนี้ก็ต้องเป็นมารน้อยมี่มี่เป็นผู้เขียนไว้ เจ้ารีบเปิดหาเร็วเข้า” หงซือซือไล่นิ้วไปตามสารบัญ เมื่อเปิดไปหน้าที่บันทึกไว้ว่า “บทแปลงพันโฉม” นางก็ตะลึงไป ครู่หนึ่ง“ท่านอ๋องเก้าไปหาหนังสือนี้มาจาก