ตั้งแต่ที่ฮ่องเต้และทูตแต่ละประเทศมาถึงทั้งหมดแล้ว และขณะที่หลานเยาเยาปรากฏตัวบนดาดฟ้าของเรือ เขาก็ติดตามออกมา และยืนอยู่ตลอดทีแรกคิดว่าน่าเบื่อเป็นที่สุด เพียงแค่อยากดูความสนุกสนาน ฆ่าเวลาเท่านั้นอันที่จริงก็อยากรู้ว่าหลานเยาเยากับเย่แจ๋หยิ่งจะใช้วิธีแบบใดหลอกล่อฮ่องเต้แต่ละคน พวกผู้นำให้ร่วมกันต่อต้านการเข้ารุกรานของคนจากนอกแผ่นดินเขารู้สึกกระทั่งว่าการลงมือนี้ยอดเยี่ยมมากแต่เมื่อหลานเยาเยาแสดงยานํ้าสีม่วงออกมาแล้ว เขาก็ตะลึงงันอยู่ตรงนั้นแล้วตลอดจนถึงตอนนี้ ก็ไม่ได้เคลื่อนที่เลยสักก้าวเดียว……เขาคิดไปเองว่าเขาเข้าใจหลานเยาเยามาก เข้าใจมาโดยตลอดแต่ดูจากตอนนี้ เขาไม่เคยเข้าใจนางอย่างแท้จริงเลย กลับเป็นอ๋องเย่และนางที่มีความรู้ใจกันยิ่งกว่า เหมาะสมกันยิ่งกว่าจุดนี้ หากก่อนหน้านี้เขายังสามารถหลอกตัวเองได้ เช่นนั้นตอนนี้แม้แต่จะหลอกตัวเองเขาก็ทำไม่ได้แล้วจนถึงยามคํ่าคืนหานแสล้วนอยู่บนดาดฟ้า จนอ๋องเย่เดินเข้ามา ทั้งสองหาเรื่องคุยกันเรื่อยเปื่อยไม่กี่ประโยค หานแสกลับพูดขึ้นอย่างฉับพลันว่า:“ข้าไม่เคยพูดมาก่อนว่าข้าอิจฉาท่านมาก?”579
เสียงของเขาทุ่มตํ่า เศร้ามาก เอือมระอามาก และไร้เรี่ยวแรงมากได้ยินดังนั้น เย่แจ๋หยิ่งเลิกคิ้ว ถอนสายตาที่มองไปยังผิวนํ้ากลับมา หันและตกไปอยู่บนร่างของหานแส ตอบอย่างสนใจ: “ไม่มี!”หานแสพยักหน้า และไม่ได้อธิบายนิ่งเงียบเล็กน้อยครู่หนึ่ง ก็เปิดปากพูดอีก: “ข้าอิจฉา