“ท่านเซียน ให้พวกเราได้ร่วมแรงด้วยเถิดขอรับ!”
ในเวลานั้นเอง นายใหญ่ตระกูลอู๋และคนอื่นๆ ต่างก้าวออกมาด้วยความกระตือรือร้น หมายจะช่วยเหลือในภารกิจสำคัญครั้งนี้
“ไม่ต้องหรอก มีเสี่ยวพั่งเพียงคนเดียวก็เกินพอ คนมากความย่อมวุ่นวายเปล่าๆ!”
จางอวิ๋นเอ่ยปากห้ามทัพทันควันด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด
ค่ายกลประเภทนี้ส่งผลกระทบต่อผู้บำเพ็ญระดับจินตานเพียงน้อยนิด แต่สำหรับระดับสร้างรากฐานนั้นหาใช่เรื่องเล่นๆ หากฝืนดึงดันอาจเกิดความเสียหายต่อรากฐานวิญญาณได้
นายใหญ่ตระกูลอู๋และเหล่าคนในตระกูลต่างมองหน้ากันครู่หนึ่ง เมื่อเห็นความมั่นคงในแววตาของจางอวิ๋น พวกเขาก็ไม่กล้ากล่าวทัดทานอีก
อู๋เสี่ยวพั่งสูดลมหายใจลึก ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนกลางวงเวทย์ด้วยใจที่สั่นไหวเล็กน้อย เขาหันไปถามหลิวชาง “ข้าต้องทำอย่างไรบ้าง?”
“เพียงยืนนิ่งสงบจิตใจอยู่ภายในค่ายกลก็พอ!”
หลิวชางเอ่ยตอบสั้นๆ ก่อนจะหันไปสบตากับจางอวิ๋นเพื่อเป็นสัญญาณ
จางอวิ๋นเข้าใจเจตนาจึงก้าวเข้าสู่ขอบเขตค่ายกลอย่างองอาจ
หลิวชางเริ่มประสานอินมือด้วยความชำนาญ พลังวิญญาณเริ่มขับเคลื่อนลวดลายบนพื้นให้เรืองรอง
เพียงชั่วอึดใจ เส้นสายแห่งปราณเลือดอันเข้มข้นก็ค่อยๆ กลั่นตัวออก