รเคลื่อนที่ของเมฆดำ ได้บดบังจันทร์แรมดวงนั้นอย่างสมบูรณ์เอ่อ…….พระจันทร์ก็ไม่มี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงดวงดาวแล้วหลานเยาเยาทำตัวไม่ถูกอย่างไร้ที่เปรียบในพริบตา และเสียงหัวเราะเบาๆที่มีแรงดึงดูดก็ดังมาข้างกายอย่างไม่รู้จักเวลาที่ควร“เย่แจ๋หยิ่ง คิดไม่ถึงว่าท่านกล้าหัวเราะเยาะข้า?”จ้องมองคนด้านข้างอย่างรุนแรงแวบหนึ่ง รู้สึกว่าที่สวมอยู่ทั้งร่างนี้เปล่าประโยชน์แล้ว หมุนตัวแล้วต้องการจากไปทันที ฉับพลันนั้นแขนถูกเย่แจ๋หยิ่งคว้าไว้ ออกแรงนิดหน่อย ดึงนางกลับมา และกดไว้ในอ้อมกอดเขายึดติดกับความรู้สึกชนิดนี้เป็นอย่างมาก“ในตาของข้าแสงสียามคํ่าคืนคือเจ้า ไม่มีผู้ใดเทียบได้”“ตอนนี้เพิ่งจะพูดสิ่งเหล่านี้ สายไปแล้ว ข้าไม่ทำแล้ว”525
หลานเยาเยาขัดขืนต้องการผละออกจากอ้อมกอดของเย่แจ๋หยิ่ง ร่างกายที่อ่อนนุ่มถูไถกับเย่แจ๋หยิ่งตลอด และเดิมทีความอดทนของเย่แจ๋หยิ่งก็ถึงขีดจำกัดแล้วคราวนี้ดีแล้ว อดทนไม่ได้โดยตรงแล้วเขากุมแก้มของนาง ค่อยๆก้มลงไปจูบ“อุบ…….”เดิมทีคิดเพียงจุ๊บริมฝีปากที่สวยหวานยั่วเย้าคนไม่กี่ที ชิมบางๆแล้วหยุด ใครจะรู้ริมฝีปากสัมผัสกันก็หยุดไม่ได้แล้ว อีกทั้งยิ่งถลำยิ่งลึกจากข้างหน้าต่างถึงเตียง คล้ายอารมณ์ที่ไฟลุกโชน เมื่อติดขึ้นก็ไม่สามารถจัดการได้จนกระทั่งเข้าใจกันอย่างลํ้าลึก สองคนที่เหงื่อชุ่มจึงได้หยุดลง คลอเคลียกันเย่แจ๋หยิ่งหอบเบาๆหายใจแรง ร้องขอราวกับว่าความปรารถนายังไม่สิ้นสุด:“แค่ให้อีก