คิดถึงว่าจะทำเรื่องน่าอายที่ทำกับเย่แจ๋หยิ่งเหล่านั้น มักจะเลี่ยงไม่ได้ที่จะประหม่าเล็กน้อยเสมอยิ่งกว่านั้นยังเป็นนางที่เริ่มเอง ระดับความประหม่าก็ยิ่งเห็นได้ชัดแล้วด้วยเหตุนี้!ยื่นมือขาวละเอียดออกไป ชักจูงคนทางด้านหลัง เจตนาชัดเจนเป็นที่สุดแต่ทว่า เย่แจ๋หยิ่งที่อยู่ด้านหลังนางก็อดกลั้นที่จะปกปิดรอยยิ้มตรงมุมปากไม่ได้เดินเข้าไปไม่ช้าไม่เร็ว ยืนระนาบเดียวกับนาง สายตามองไปนอกหน้าต่าง ยังอดที่จะกระแอมเสียงหนึ่งไม่ได้ ไม่รู้ว่ากำลังปกปิดอะไร“เยาเยา แสงสียามคํ่าคืนนี้งดงามเพียงใด?”เขาถามเบาๆ“แสงดาวระยิบระยับ แสงจันทร์ดั่งนํ้า ราวกับว่าคลุมชุดบางๆชั้นหนึ่งให้กับโลกงดงามที่สุด!”หลังจากอาบนํ้าแต่งตัว นางก็ยืนข้างหน้าต่างมาตลอด ในใจกำลังคิดเรื่องอื่น ดูเหมือนกำลังชื่นชมทิวทัศน์ยามคํ่าคืน ความเป็นจริงทิวทัศน์ที่สวยงามกลับจางหายไปจากตรงหน้าตั้งนานแล้วแสงสียามคํ่าคืนน่าดูกว่าเย่แจ๋หยิ่งตรงไหน?ชื่นชมแสงสียามคํ่าคืนไม่เท่าชื่นชมความสง่างามของเขา…….524
“อ๋อ? ใช่หรือ?” มองดูแสงจันทร์แรมอันน้อยนิดจนน้อยอีกไม่ได้เกือบจะหายเกลี้ยงแล้ว ราวกับในไม่ช้าก็จะถูกเมฆดำปกคลุมโดยสมบูรณ์ เย่แจ๋หยิ่งกลั้นหัวเราะพยักหน้าเล็กน้อย “งดงามมากจริง!”สังเกตได้ถึงคำพูดของเย่แจ๋หยิ่งมีความนัย เหมือนกำลังกลั้นหัวเราะรีบเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้ายามคํ่าคืนทันทีอดเบิกตาโพลงไม่ได้ เวลานี้ลมยามคํ่าคืนค่อนข้างแรง บวกกับความเร็วในกา