นแล้วแต่พวกเขาสามคนเห็นครั้งแรกเพียงตะลึงเล็กน้อย จากนั้นก็ไม่มีสีหน้าท่าทางอะไรแล้วเวลานี้!จื่อเฟิงจื่อซีก็เห็นสิ่งของที่หลานเยาเยาเห็น ทั้งหมดสีหน้าสงสัย อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้:“คุณชายซ่างกวนขอรับ นั่นคืออะไรขอรับ?”สังเกตถึงความอันตรายโดยสัญชาตญาณ เขาสัมผัสได้อย่างเลือนรางแล้วสิ่งของที่คล้ายๆกับเนินดินที่ถูกปกคลุมด้วยตะไคร่นํ้าเถาวัลย์นั่นอันตรายเป็นอย่างมาก สังเกตไปอย่างละเอียด ของสิ่งนั้นยังขยับขึ้นลงด้วย ราวกับกำลังหายใจ……ดวงตาของหลานเยาเยาหรี่ลงจนแทบเป็นเส้นเดียวนางกดเสียงตํ่า กล่าว: “นั่นก็คือสิ่งของที่เจ้านายของพวกเจ้าเคยให้พวกเจ้าไปสืบหาเบาะแสที่ชนเผ่าหยินไห่”จื่อซี: “คนจากนอกแผ่นดิน?”จื่อเฟิง: “คนจากนอกแผ่นดิน!”ทั้งสองแทบจะเปล่งเสียงพร้อมกัน แต่หลานเยาเยากลับหันมาอย่างฉับพลัน บอกใบ้ให้พวกเขาเบาเสียง:“เขายังมีชีวิตอยู่ เป็นร่างกายเดียวกับใบหน้าใหญ่ๆที่พวกเราเห็นเมื่อครู่นั่น”345
เมื่อคำพูดนี้โพล่งไปจื่อซีจื่อเฟิงล้วนเงียบเสียงแล้วหลานเยาเยาเคลื่อนสายตาจากไป มองดูรอบๆ ในที่สุดในรอยแยกที่หนึ่ง พบส้งเย่นกุยที่แทบจะหมดสติแล้ว รีบมาข้างกายของเขาอย่างรวดเร็ว“อาส้ง เป็นอย่างไรบ้าง? ยังสามารถทนได้หรือไม่?”“ไม่……ไม่ไหวแล้ว ทั้ง ในภูเขาทั้งลูกล้วนเป็น……อุกกาบาต……”ขณะที่เพิ่งจะมาถึงเมืองเลยหมิง ในใจของเขาก็มีความไม่สงบรางๆแต่กลับไม่รู้ว่าจุดใดที่ไม่สงบ จนเข้ามาในนี้ถึงพบว่า ภูเขาทั้งลู