กเดิมทีก็เป็นอุกกาบาต ผ่านการกัดเซาะเป็นร้อยปีหรือเวลาที่เนิ่นนานกว่านั้น ไม่ว่าจะเคยเกิดเคลื่อนไหวของแผ่นดิน ทำให้มีดินชั้นหนาชั้นหนึ่งปกคลุมมันไว้ ต่อมามาถึงที่นี่ค่อยๆพัฒนาเป็นป่าไม้ที่หนาทึบเขียวขจี สำหรับตอนที่อยู่ในเมืองเลยหมิง เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าเป็นอุกกาบาตขนาดใหญ่มหึมาหลังจากที่ส้งเย่นกุยรู้สึกตัวเดิมทีอยากถอยออกจากที่นี่จนปัญญา ขณะเดียวกันที่เขาสังเกตเห็นอุกกาบาต ก็สังเกตเห็นคนจากนอกแผ่นดิน อีกทั้งเห็นใบหน้าของเขาแล้วบวกกับ ผู้เฒ่าที่เข้ามาเป็นเพื่อนเขา ถูกคนที่เฝ้าอยู่ในนี้จับเข้าไปในรอยแยกเขาจำเป็นต้องเข้ามา พยายามช่วยคนแต่ว่า…….346
ยิ่งเข้าถํ้าลึกไปเรื่อยๆ เขาทั้งคนก็ถูกรบกวนอย่างรุนแรง แม้กระทั่งกำลังภายในก็ใช้ออกมาไม่ได้ แม้กระทั่งสติสัมปชัญญะก็ค่อยๆจางไป ขณะที่ถึงตรงนี้ เขาก็เดินไม่ไหวแล้วโดยสิ้นเชิง สามารถอดทนได้ถึงตอนนี้ รอหลานเยาเยามา ก็เป็นขีดจำกัดสูงสุดแล้วพูดจบประโยคนี้ ส้งเย่นกุยก็ตกอยู่ในความสลบไสลหลานเยาเยากำลังคิดพยุงส้งเย่นกุยขึ้นมา แต่ฉับพลันก็หยุดการกระทำในมือลงมีคน……นึกไม่ถึงว่าที่ยังมีคนอีก อีกทั้งไม่เพียงคนเดียวจื่อซีจื่อเฟิงก็ระมัดระวังตัวขึ้นมาในไม่ช้า พวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของคนไม่กี่คนแล้ว ยิ่งมายิ่งใกล้ กระทั่งยังวิพากษ์วิจารณ์อะไรอยู่จนกระทั่งใกล้มากๆแล้ว พวกเขาถึงได้ฟังอย่างชัดเจน“เขาเป็นถึงผู้มีอำนาจและชื่อเสียงเป็นที่สุดของเมืองเลยห