ามารถพูดได้ พูดแล้วกลัวว่าจะโดนตี“ในเมื่อเป็นสาวใช้ของข้าแล้ว เช่นนั้นข้าจะตั้งชื่อให้เจ้า” และไม่ได้สนใจว่าฮัวหยู่อันจะเห็นด้วยหรือไม่ หลานเยาเยาก็ก้มหน้าคิดชื่อแล้ว ในไม่ช้า ดวงตานางเปล่งประกาย เมื่อเปิดปาก “ไอติมน้อย น่องไก่น้อย นมหมูน้อย ขาหมูน้อย ปีกย่างน้อย……”พูดออกมาเป็นกอง148
ทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้องกับของกิน แม้ว่ามีบางคำที่ฮัวหยู่อันฟังไม่เข้าใจ แต่จากอดีตนางก็นับได้ว่าเป็นนักกินที่มีฝีมือ ไม่ต้องเข้าใจ ก็รู้ว่าต้องเป็นของกินแน่นอนท่าทางการแสดงออกของฮัวหยู่อันไม่สามารถอธิบายได้ นางรู้สึกว่าตัวเองถูกทำเป็นอาหารจานหนึ่งแล้วแต่ว่า ก็เพราะสิ่งนี้ ในใจนางมีความอบอุ่นขึ้นในพริบตาต่อต้านประโยคหนึ่งเบาๆ : “เหมือนกับว่าจะไม่น่าฟังทั้งหมด”ฮัวหยู่อันรู้สึกว่า ทั้งๆที่เป็นแค่การต่อต้านเสียงเบาๆมากๆเท่านั้น คนอื่นน่าจะฟังไม่ชัดว่านางพูดอะไรอยู่ แต่สายตาหนึ่งยิงมา คนด้านหน้าหรี่ตาลง กล่าวด้วยเสียงหนักแน่น :“ไม่น่าฟัง? เจ้ากำลังสงสัยความสามารถในการตั้งชื่อของข้า?” ฮัวหยู่อันโบกมือน่าจะเป็นการขอโทษ หรือแก้ตัวให้ตัวเอง หลานเยาเยาเปิดปากสกัดกั้นนางโดยตรง“ช่างเถอะ เห็นร่างกายเจ้าบาดเจ็บ ไม่เหมาะที่จะเอาชื่อมาทำให้เจ้าไม่สบายใจ แบบนี้ เจ้าชื่อฮัวหยู่อันสินะ? เช่นนั้นเรียกว่าเสี่ยวฮัวก็ได้แล้ว”เมื่อคำพูดนี้โพล่งออกไป!ฮัวหยู่อันตกตะลึงไปตรงนั้นการเรียกที่คุ้นเคยอย่างมาก ทำให้นางคิดถึงช่วงเวลาที่เ