เห็นท่าทางเช่นนี้ของเขา หลานเยาเยาไม่ได้เห็นอกเห็นใจ แต่กล่าวด้วยความดูหมิ่น :“ทั้งไม่อยากสูญเสียสำนักหงอี และไม่กล้าหักหลังหานแส นี่คือการเหยียบเรือสองแคบ พูดน่าฟังหน่อยคือสอดแนมทั้งสองฝั่ง พูดน่าเกลียดหน่อยคือชายชั่ว”ป่ายเม่ยเซิงตะลึงเล็กน้อย ถามเบาๆประโยคหนึ่ง :“ชายชั่ว? หมายความอย่างไร?” เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนนี่!ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนหน้านี้ขณะที่เคยลังเลว่าจะต้องเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของตัวเองต่อยู่หลิวซูหรือไม่ ตัวเองอยู่หน้ากระจกตั้งใจทำท่าทางที่น่าสงสาร แม้ตัวเขาเองก็ล้วนเห็นอกเห็นใจตัวเองแล้วพูดตามหลัก ควรจะได้รับความเห็นอกเห็นใจถึงจะถูกทำไมเมื่ออยู่ต่อหน้าของซ่างกวนหนานซู่ผู้นี้ที่ดูเหมือนสง่างามและมีมโนธรรม ถึงใช้ไม่ได้ล่ะ?“ขี้เกียจมากความกับเจ้า” หลานเยาเยาไม่อยากเปลืองเวลากับเขาที่นี่ มองดูส้งเย่นกุยแวบหนึ่ง “มัดเขาไว้ ส่งไปที่หานแสทางนั้นก่อน แล้วค่อยส่งไปที่สำนักหงอี ดูว่าเขาจะเป็นชายชั่วอย่างไรได้อีก”ได้ยินดังนั้น!ป่ายเม่ยเซิงหน้าซีด อยากจะพูดว่าไม่เอา ก็ถูกส้งเย่นกุยหยิบมุกเย่หมิงออกมาจากในช่องว่างที่ระบบรักษามาอุดปาก และหยิบเทปผ้าสำหรับการรักษามาปิดผลึกหลานเยาเยามองไม่ชัด ไม่รู้ว่าส้งเย่นกุยยัดของอะไร87
“อาส้ง เจ้าเอาอะไรยัดปาก?” ทำไมดูเหมือนไข่มุกเม็ดใหญ่กลมเกลี้ยงน่าดู?“ลูกแก้วไร้คุณภาพเม็ดหนึ่ง” ส้งเย่นกุยพูดมั่วซั่วด้วยท่าทางจริงจัง“หืม? จริงหรือ?”ในช่องว่างที่ระ