ในสำนักหงอีหลังจากที่ผู้อาวุโสใหญ่พาเย่แจ๋หยิ่งพวกเขามาถึงห้องโถง ขณะที่เขากำลังยื่นมือเชิญให้อ๋องเย่นั่ง เหตุการณ์ที่แปลกประหลาดเหตุการณ์หนึ่งก็เกิดขึ้นแล้วเดิมทีที่ควรนั่งอยู่ที่ตำแหน่งหลักหรือตำแหน่งหลักด้านข้างอ๋องเย่ เห็นหลานเยาเยากำลังนั่งลงในที่แขกลำดับล่าง เขาก็หมุนตัวแล้วเดินไปข้างกายของหลานเยาเยาแล้วค่อยๆนั่งลง ต่อจากนั้นก็คือเอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้ที่หลานเยาเยานั่งอย่างเกียจคร้าน มือหนึ่งคํ้าศีรษะ มองดูด้านหลังศีรษะของหลานเยาเยาเงียบๆท่าทาง‘ข้าไม่อยากพูดจา’!และจื่อเฟิงทันทีที่เข้ามาในสำนักหงอีก็แอบซ่อนตัวไปอยู่ในที่ลับตอนนี้ในห้องโถง นอกจากคนที่ยกและรินนํ้าชา ก็มีเพียงสามคน ตั้งแต่อ๋องเย่นั่งลงแล้ว ก็ไม่ได้สนใจผู้อาวุโสใหญ่อีกอย่างไรเสียอยากมาที่สำนักหงอีไม่ใช่เขา เพื่อเลี่ยงซู่เอ๋อที่ดีของเขาใช้สมองหนักไป เขาจึงเอ่ยปากแนะนำสักหน่อย เรื่องที่เหลือมอบให้ซู่เอ๋อที่ดีของเขา ในส่วนของคนอื่นจะคิดอย่างไรเขาให้พวกเขาคิดไปก็ได้แล้วผู้อาวุโสใหญ่อยากเอ่ยปากสนทนากับอ๋องเย่หลายครั้ง จนปัญญาเมื่อมองไป เห็นเพียงร่างกายครึ่งหนึ่งของอ๋องเย่ อีกทั้งทำให้ผู้อาวุโสใหญ่ทำตัวไม่ถูกคือ ดวงตาสองข้างของอ๋องเย่ราวกับว่าติดอยู่ที่บนร่างของซ่างกวนหนานซู่ ทำใจที่จะละสายตาออกไปไม่ได้แม้สักครู่ด้วยประการนี้ ผู้อาวุโสใหญ่กลายเป็นคนที่ขัดตาผู้นั้นแล้ว โกนหัวล้านเหมาะสมกับเขาที่สุดแล้ว……1354
แต่ดีที่ซ่า