ในรถม้า หลานเยาเยาหยิบน่องไก่อันหนึ่งมองดูอยู่นาน ระงับการกระทำในการกลืนกินอย่างมูมมามลง จึงได้กินอย่างสุภาพทีละคำทีละคำเย่แจ๋หยิ่งที่มองดูอยู่ข้างๆ อดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้น เตือนประโยคหนึ่ง“เจ้าสามารถกินด้วยความกล้าอย่างเปิดเผย”“ปกติข้าก็มีท่าทีเช่นนี้ ละเอียดถี่ถ้วนและสุภาพ”กินน่องไก่ไปพลาง เบิ่งตาพูดไร้สาระไปพลาง อย่างไรเสียแม้นางจะมีความอยากอาหาร แต่ไม่ได้เหมือนอดีตเช่นนั้นแล้ว ในช่องว่างที่ระบบรักษาเก็บอาหารรสเลิศไว้เต็มเอี๊ยด หรือทันทีที่เห็นอาหารรสเลิศก็พุ่งไปโดยตรงหลังจากฟื้นขึ้นมาที่ทะเลทรายนอกจากมีชีวิตรอด วันที่ไม่มีเย่แจ๋หยิ่งอยู่ อาหารทุกอย่างล้วนไร้รสชาติ นานไปนานไป แม้จะยังคงโปรดปรานอาหารรสเลิศ แต่ไม่ได้บ้าคลั่งเช่นนั้นเหมือนอดีตแล้วกระทั่งมีบางครั้งที่ยากจะกลืน ทำได้เพียงเป็นการชื่นชมชนิดหนึ่งเท่านั้นแต่มาถึงเมืองหลวง หลังจากที่ได้พบกับเย่แจ๋หยิ่ง นางจึงค่อยๆมีความรู้สึกว่าการมีชีวิตมีสีสันกินไปสองสามคำ นางพยักหน้าวิจารณ์“อร่อยมาก ถนนของกินเล่นนั่น…….”รสชาติน่องไก่นี้ ก็คือน่องไก่ของแผงร้านค้าร้านที่ถัดไปจากแผงร้านขายขาหมูสองร้านที่ถนนของกินเล่นตลาดกลางคืน นี่เป็นรสชาติที่ไม่มีใครเหมือน นางชั่งคุ้นเคยนัก เมื่อตระหนักได้ว่าตัวเองพูดอะไรแล้ว นางก็ปิดปากทันที เอากระเป๋าพยาบาลเลื่อนไปข้างๆเย่แจ๋หยิ่งอย่างช้าๆ1287
“ท่านก็กินสิ!”สายตาของเย่แจ๋หยิ่งสลดลงเล็กน้อย และไม่ได้