นางเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง กลับพบว่าเย่แจ๋หยิ่งยังคงกอดนางไว้ในอ้อมอก ไม่มีแววว่าต้องการจะวางนางลงสักนิดหูนางค่อนข้างร้อนเล็กน้อย กระแอมเบาๆเสียงหนึ่ง :“ยังไม่ปล่อยข้าลงอีก ผู้ชายสองคนกอดเป็นประเพณีอย่างไร? ไม่กลัวคนอื่นจะว่าอ๋องเย่ผู้สูงส่งชอบผู้ชาย”“ข้าไม่สนใจ ชอบก็พอแล้ว”พูดเช่นนี้ แต่เย่แจ๋หยิ่งก็ค่อยๆวางหลานเยาเยาลงแล้วทั้งๆเป็นเพียงแค่การกระทำที่ธรรมดา เย่แจ๋หยิ่งกลับทำออกมาเป็นการกระทำช้าๆยาวนาน รู้ เพราะเขากลัวนางล้ม จึงค่อยๆวางนางลง ไม่รู้ ยังคิดว่าเขาเอวไม่ดีในที่สุดสองขาก็ถึงพื้นหลานเยาเยาก็ไม่ลืมเป้าหมายที่ออกมาด้วยเหตุนี้ ยกเท้าก็เดินไปทางหอแดง ยังไม่ลืมหันกลับไปบอกกับเย่แจ๋หยิ่ง “เร็วหน่อย ห่างจากที่นี่ไม่ไกล”เย่แจ๋หยิ่งทำได้เพียงยิ้มเจื่อน ส่ายหน้าอย่างจนปัญญานางไปเดินเล่นที่หอแดง ยังเดินเล่นอย่างเป็นธรรมชาติ นางรู้หรือไม่ว่าตัวเองเคยเข้าหอแล้ว? แล้วรู้หรือไม่ว่าการไปเดินเล่นหอแดงต่อหน้าสามีของตัวเองมีแนวคิดอะไร?ที่ยิ่งจนปัญญาก็คือ เดิมทีเขาควรจับนางกลับไป ขังไว้ แต่ตอนนี้เขาสีหน้ากลับพอใจที่จะนัดแนะเดินเล่นหอแดงกับนาง…….1241
เขาปล่อยตามใจนางเกินไปใช่หรือไม่?เย่แจ๋หยิ่งกำลังไตร่ตรองชีวิตของคนเรา หลานเยาเยาที่การตอบสนองค่อนข้างช้านั่น เดินแล้วสองสามก้าว ในที่สุดหยุดฝีเท้าลง หันกลับมาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ ถามอย่างครุ่นคิด :“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าผู้ชายอัดอั้นจนสุดแล้วจะมาเที