หนึ่งคำ ต่อจากนั้นเอากระดูกทิ้งไปนอกห้องผู้โดยสาร ไม่รู้ว่าหยิบผ้าเช็ดมือออกมาจากไหน หลังจากเช็ดก็เอามือสองข้างไว้หน้าหน้าอก เอนพิงกำแพงเรือแล้วกล่าว :“ที่แท้คือฮ่องเต้กับอ๋องเย่ ยังจะหาพบได้ยากจริงๆ ท่านคนผู้หนึ่งที่ไม่ไช่ว่าควรอยู่ในจวนปิดประตูไม่ออกจากบ้าน อีกผู้หนึ่งอยู่ในพระราชวังยุ่งเรื่องบ้านเมืองจนหัวปั่นหรือ? คิดไม่ถึงกลับปรากฏตัวอยู่ที่นี่ มาเองโดยไม่ได้เชิญมีเรื่องอะไรเพคะ?”ได้ยินคำพูดและนํ้าเสียงของนาง ก็รู้ ถังมู่หวั่นรู้จักพวกเขาเย่หลีเฉินเก็บความรู้สึกในใจดีแล้ว ค่อยๆขึ้นไปด้านหน้าก้าวหนึ่ง“พวกเราสามคนมาเที่ยวทะเลสาบ ได้ยินเสียงร้องบนเรือติดต่อกัน จึงเข้ามาดู ได้ยินว่าหลังจากที่นิสัยของคุณหนูถังเปลี่ยนแปลงไปมาก มีบ้างที่ลืมคนสำคัญและเรื่องราวไปมาก คิดไม่ถึงยังจำพวกเราได้”1211
ถังมู่หวั่นยิ้มอย่างเย็นชา“เพียงลืมแค่บางเรื่องราวเท่านั้น ก็ไม่ได้เสียความทรงจำทั้งหมด”พูดจบ นางเคลื่อนสายตามาทาง ผู้ชายแปลกหน้าที่ยืนอยู่ข้างประตู แววตานิ่งเฉย“คุณชายผู้นี้สบายๆรูปหล่อสง่างาม กลับไม่คุ้นหน้าอย่างมาก ขอถามชื่อสกุลได้หรือไม่?”ได้ยินดังนั้น หลานเยาเยายิ้มบางๆ เดินไปข้างกายเย่แจ๋หยิ่งอย่างสง่าผ่าเผย ยื่นมือไปดึงแขนเย่แจ๋หยิ่งไว้ กล่าวอย่างหยิ่งผยอง :“ข้าซ่างกวนหนานซู่ เป็นหมอข้างกายของอ๋องเย่ กล่าวให้ถูก เขาเป็นคนของข้า”“คนของท่าน?”แววตาของถังมู่หวั่นเหลือบมองแต่เหมือนไม่ได้มองมือ