ห้ดีหลังจากนั้นหลานเยาเยานั่งอยู่บนไหล่ของรูปปั้นหินทารกยักษ์รับลมที่แรงขึ้นเรื่อยๆ พัดเส้นผมของนางจนยุ่งเหยิงและยังพัดเสื้อผ้าของส้งเย่นกุยที่อยู่ข้างๆ นางชายผ้าที่พลิ้วไหวราวกับเต้นรำเมื่อกวาดตามองไปรอบๆ ล้วนเป็นแผ่นพื้นทะเลทรายเป็นลูกคลื่นที่ไกลสุดลูกหูลูกตาไม่มีอะไรเลย!และไม่เห็นจุดสิ้นสุด…นางลูบรูปปั้นหินทารกยักษ์ นัยน์ตาส่องประกายความสงสัยอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น“ส้งเย่นกุย เจ้าคิดว่ารูปปั้นหินทารกยักษ์หลับนอนนั้นมีอยู่ได้อย่างไร?”ความยาวกว้างและสูงของมันรวมกันแล้วก็เหมือนพระราชวัง เพียงแรงงานคนไม่สามารถที่จะสร้างออกมาได้ แต่เหมือนกับเป็นความประณีตของธรรมชาติที่สร้างขึ้นมา741
“ไม่ทราบ!”ส้งเย่นกุยตอบกลับเพียงสองคำเขาจะรู้ได้อย่างไรรูปปั้นหินนั้นพอเขาเกิดมาก็มีอยู่แล้ว บางทีอาจจะเกิดขึ้นเพราะการที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาหลานเยาเยายิ้มหัวเราะ ไม่รู้ว่ามีเจตนาหรือไม่ก็พูดขึ้นหนึ่งประโยค“กลางทะเลทรายก็ยังมีเรื่องที่เจ้าไม่รู้ด้วย”คำพูดนั้นมีความหมายมาก ส้งเย่นกุยชะงักไปชั่วครู่แต่ในไม่ช้าก็ปกปิดไว้หลานเยาเยาสงสัยเขาเป็นเรื่องปกติมาก แต่นางเดาไม่ออกว่าเขาเป็นใครแต่คำพูดเมื่อสักครู่นั้น…เขาอดไม่ได้ที่ช้อนสายตามองสีหน้าของนาง กลับพบว่านัยน์ตาของนางนิ่งสงบเหมือนกับว่าคำพูดที่เมื่อสักครู่นั้นก็แค่พูดไปอย่างนั้น“ข้าก็เป็นแค่ชาวบ้านคนหนึ่งในหมู่บ้านฝันฮั๋ว ไม่ใช่เทพ ซํ้าไม่เคยเข้าไป