่งที่มีค่าที่สุดคืออาหารและนํ้า เมื่อนึกถึงการกระทำของเสด็จพ่อนาง และนึกถึงอาการบาดเจ็บของตัวเอง ไม่ต้องการเป็นภาระของคนอื่น ดังนั้นจึงไม่กินไม่ดื่มในขณะนี้ แม้ว่าโหลวเย่วจะหลับตา แต่ก็รู้ ว่านางตื่นแล้วดังนั้นจึงนั่งยองๆข้างๆโหลวเย่ว ค่อยๆดึงมือที่โดนไฟไหม้เล็กน้อยของนาง และลูบเบาๆ แล้วถอนหายใจเบาๆโหลวเย่ว ทำไมเจ้าถึงทำแบบนี้?” เมื่อเห็นโหลวเย่วค่อยๆลืมตาขึ้น นางจึงพูดต่อ“วันนี้พวกเรากำลังจะออกเดินทาง ถึงตอนนี้ ตรงนี้ยังคงปลอดภัย แต่ว่าตอนนี้พวกข้าต้องออกเดินทางไปที่ลึก ซึ่งมีอันตรายมากมาย และอาจถึงตายได้ เจ้ากำลังบาดเจ็บ ไปที่นั่นไม่ได้”คำพูดของนางทำให้พระราชธิดาจาวหยางตกตะลึงนางมองไปที่หลานเยาเยาด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาของนางเปล่งประกายด้วยแสงสลัว หม่นหมอง ราวกับว่ามีนํ้าตากำลังไหลลงมา นางพูดด้วยความยากลำบาก“เยาเยา เจ้าไม่ต้องสนใจข้า ปล่อยให้ข้าอยู่และตายที่นี่คนเดียว! ข้าไม่อยากเป็นภาระของพวกเจ้า และไม่ต้องการให้พวกเจ้าต้องฟุ่มเฟือยอาหารเพื่อข้าอีกต่อไป ข้าคิดว่า… …”“พูดเรื่องไร้สาระอะไร?”669
หลานเยาเยาขัดจังหวะคำพูดของนางไว้ ดวงตาโกรธเล็กน้อย ทำตาเหลือกใส่นางและยกมือขึ้นดีดที่หน้าผากของนางหนึ่งครั้งไม่แรง ถือเป็นการลงโทษ“ภาระอะไร เจ้าคือโหลวเย่ว เป็นองค์หญิงของประเทศก่วงส้าที่เที่ยงธรรม ไม่ใช่ภาระเข้าใจไหม?แม้ว่าเจ้าคิดว่าตัวเองเป็นภาระ แต่เจ้าต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ตัวเองดี