ับนางก็หายสาบสูญไปแล้วนางเคยส่งคนไปหา หาอยู่นาน ร่องรอยสักนิดก็หาไม่พบนางไปขอร้องเสด็จอาเย่ เสด็จอาบอกว่า“หาไม่พบถึงจะดีที่สุด ไม่เช่นนั้น นางก็จะอันตราย”หลังจากก็ได้ข่าวจากเสด็จพี่องค์ชายรัชทายาทรู้ว่าหลานเยาเยาต้องการจะไปทะเลทราย ขณะนั้นเสด็จอาไม่อยู่ที่จวนอ๋องเย่แล้ว ดังนั้นนางจึงออกมาจากจวนอ๋องเย่ตอนกลางคืน คิดต้องการไปตามหาหลานเยาเยากลับคิดไม่ถึง……ครึ่งทางก็ถูกองครักษ์วังหลวงของเสด็จพ่อจับกุมแล้วหลังจากนั้นเสด็จพ่อก็ส่งคนมาคุมขังนางโดยตลอด ไม่ให้นางติดต่อกับคนอื่นนอกจากเสด็จพี่องค์ชายรัชทายาท นางต่อต้านอย่างที่สุด กระทั่งใช้การกรีดข้อมือตัวเองมาข่มขู่แต่ที่น่าขันก็คือ……เสด็จพ่อเพิกเฉยดูดาย ไม่แยแสความเป็นตายของนางโดยสิ้นเชิง เป็นเสด็จพี่องค์ชายรัชทายาทช่วยนางไว้เมื่อนางรู้ หลานเยาเยาก็อยู่ในขบวนกองทัพที่ไปทะเลทราย และเสด็จพ่อต้องการพานางตัวภาระผู้นี้ไปด้วยอย่างกะทันหัน ทำให้นางสังเกตเห็นอะไรที่เลือนรางได้ดังนั้นนางไม่ได้ต่อต้านอีก และก็ไม่มีหน้าไปเจอหลานเยาเยาอีก613
ฉับพลันนั้นไหล่ก็หนักโหลวเย่วมองดูมือที่ตบบนไหล่ แล้วมองไปทางหลานเยาเยาอีกหัวใจที่บีบแน่น ค่อยๆผ่อนคลายไปเป็นอย่างมากหลานเยาเยาหัวเราะเบาๆแล้ว :“ทำไมข้าต้องโกรธเจ้าล่ะ? นี่เจ้าก็ทำเพื่อข้า! ตอนนั้นเจ้าคิดว่าเย่แจ๋หยิ่งชอบเทพธิดาแล้ว ก็ไม่คิดเป็นธรรมดา เพราะในใจของเจ้า ข้าหลานเยาเยาถึงจะเป็นพระชายาของเย่แจ๋หยิ่งและห