ต้ และก็ไม่ได้ตอบ แต่มองไปยังรถม้าด้านหลังขมวดคิ้วและถามว่า:“ในรถม้าคันนั้นเป็นใคร?”นางมีลางสังหรณ์ว่า คนที่อยู่ในรถม้านั้น นางจะต้องรู้จักแน่ๆฮ่องเต้ก็มองตามสายตานางไป หลังจากที่เห็นรถม้าคันนั้น ก็หัวเราะขึ้นมายกใหญ่ แล้วส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้“จาวหยางนี้นะ! ช่างดื้อเสียจริงๆ ทะเลทรายมันไม่ใช่ที่สนุกเสียหน่อย ขู่ฆ่าตัวตายจะมากับข้า พอไม่ให้ไป ก็ร้องไห้ พอไม่ได้ผลก็โวยวายและขู่จะแขวนคอ ข้าหมดหนทางจริงๆ จึงทำได้เพียงพานางมาด้วย”โหลวเย่ว?นางจะมาได้อย่างไร?คงไม่ใช่เพราะฮ่องเต้อยากจะบีบนาง หรือบีบเย่หลีเฉินไว้ ใช้ทั้งไม้อ่อนไม้แข็งหลอกนางมาใช่ไหม?ไม่ได้การ!553
นางต้องไปดูเสียหน่อยขณะกำลังจะยกเท้าเดินไป เสียงของฮ่องเต้ก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง“เทพธิดาช้าก่อน ช่วงนี้จิตใจของจาวหยางไม่สงบ อารมณ์ไม่ดี เมื่อวานก็ร้องไห้อาละวาดไปจนฟ้าจะสางแล้วก็ยังไม่ยอมนอน ข้าจึงสั่งหลีเฉินเอาชาที่ทำให้จิตใจสงบให้นางดื่ม ตอนนี้ยังคงหลับอยู่!”นี่มันเกิดอะไรขึ้น?นางไม่แน่ใจ รู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาหลานเยาเยาหันไปมองเย่หลีเฉิน พอเห็นเขาก้มหน้าเงียบ จึงกดความสงสัยในใจเอาไว้ ห้ามให้ตนเองไปหาโหลวเย่ว“เทพธิดา ท้องฟ้าก็สว่างแล้ว เป็นเวลาที่จะออกเดินทางหรือยัง?”เสียงของฮ่องเต้ดังขึ้นอีกครั้งในนํ้าเสียงดูมีความกระตุ้นอยู่เล็กน้อย ดูท่าทางเหมือนแทบรอไม่ไหวที่จะไปยังทะเลทรายแล้วหลานเยาเยาเงยหน้ามองเมฆที่มีแสงอาทิตย์ส่อ