ต่อจากนั้นก็คือฮ่องเต้อ่านคำพูดมากมายใช้พูดโดยเฉพาะเวลาเซ่นไหว้บลาๆๆเหมือนพระสวดมนต์ หลานเยาเยาเอาเท้าเขี่ยพื้นด้วยความเบื่อสุดๆเคลื่อนไหวเล็กน้อย เหล่าขุนนางทหารก็ฟังจนมึนงงแต่ก็ยังเงยหน้ามองตรงดูฮ่องเต้บนแท่นบูชาไม่มีคนสนใจการเคลื่อนไหวของหลานเยาเยาเตะอยู่ครู่หนึ่ง เท้าค่อนข้างชาแล้ว อดไม่ได้ที่จะเอาสายตามองไปทางบนแท่นบูชาสูงๆ ถึงบันไดสองสามชั้นนั้น ที่อยู่บนพื้นที่ราบกว้างโล่ง ทั้งสี่ทิศล้วนวางเต็มไปด้วยกระถางธูปใหญ่เท่ากับสองคนโอบกระถางธูปตรงกลางแท่นบูชานั้นใหญ่ที่สุด นอกจากนั้นก็เล็กกว่านิดหน่อยด้านบนล้วนปักธูปที่จุดไว้ กลิ่นหอมอบอวลในอากาศ และไม่ได้ฉุนขนาดนั้นรอจนฮ่องเต้กล่าวบทความยืดยาวเสร็จแล้วฮ่องเต้ก็พยักหน้าต่อขุนนางทหารด้านล่าง กงกงผู้หนึ่งถือแส้ขนหางจามรีไว้ เดินออกมาจากที่ราบอีกทางด้านหนึ่ง ในมือถือกล่องหนึ่งกล่องที่ใส่ตราราชลัญจกรหยกแห่งราชวงศ์เก่าไว้ค่อยๆเดินขึ้นไปบนแท่นบูชาส่งมอบถึงมือฮ่องเต้ในที่สุดฮ่องเต้ชูกล่องขึ้นสูงๆด้วยมือข้างหนึ่ง กำลังต้องการพูดด้วยเสียงอันดังว่าอะไร?ทันใดนั้นก็มีเสียงแหลมดังมา :“ราชครูเทียนเวิงมาถึงแล้ว!”457
เมื่อสิ้นคำพูด ราชครูเทียนเวิงที่สวมชุดเหมือนจีวรนักบวชลัทธิเต๋าก็เดินเข้ามาจากประตูใหญ่ มีคนติดตามเป็นแถวด้านหลังผู้ที่แต่งกายแบบเดียวกัน ก็คือผู้ใต้บังคับบัญชาของราชครูเทียนเวิง พวกเขาคุมตัวคนสี่คนตามอยู่ด้านหลังช้าๆสี่คนที่โดนคุมตัว