าพิษกู่จิ้นให้ตายไปถึงแม้จะไหม้ตายไม่หมด ดอกกระดูกขาวก็ไม่มีแล้ว พิษกู่จิ้นก็อยู่ไม่ได้แล้วแน่นอนว่า ข้อสันนิษฐานคืออย่าปล่อยให้พิษกู่จิ้นที่ยังอยู่ในดอกกระดูกเหล่าทะลักออกมา มิเช่นนั้นพวกเขาจะต้องโกลาหล และเป็นอันตรายอย่างมาก307
แต่ไม่เป็นไร พิษกู่จิ้นแบบนี้ไม่สามารถที่จะอยู่เดี่ยวๆ ได้ทำได้เพียงเป็นกาฝากแค่สัมผัสกับอากาศ เพียงไม่นานมันก็จะตายในทันที ดังนั้นก่อนที่พวกมันจะตายอย่าปล่อยให้พวกมันหาที่พึ่งพิงใหม่ก็เป็นการดีแล้ว”นี่เป็นการพูดถึงประสบการณ์ และเป็นผลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าของนางอีกด้วยสำหรับสิ่งที่นางพูดไปทั้งหมดนั้น นางเย่หลีเฉินและหานแสมีบางอย่างที่ไม่เข้าใจแต่!ความหมายโดยรวมฟังเข้าใจแล้วแค่อย่าให้พิษกู่จิ้นแทรกเข้าไปในร่างกายได้ก็เพียงพอแล้วแม้ว่าหานแสจะเคยผ่านมาด้วยกันกับหลานเยาเยา แต่ตอนนั้นเขาได้หมดสติไปจึงไม่ได้เห็นมาก่อนว่าหลานเยาเยาเผาทุ่งดอกไม้ได้อย่างไรแม้แต่นางช่วยเขาอย่างไรนั้น ก็ไม่อาจรู้ด้วยซํ้าดังนั้น!ที่เขาไม่ลงมือนั้น เพียงอยากเห็นด้วยตาตนเองว่าหลานเยาเยาทำได้อย่างไรเพราะเหตุนั้น!หลานเยาเยาจึงเดินไปด้านหน้าก้าวหนึ่ง จากนั้นสอดมือเข้าไปในชุดคลุม และหยิบห่อจื๋อจื่อ(ของที่มีบทบาทคล้ายไม้ขีดในสมัยโบราณจีน)ออกมาก้านหนึ่ง ในสายตาของเย่หลีเฉินและหานแสนั้น กล่องของห่อจื๋อจื่อก็ได้ถูกเปิดออก เป่าลงไปเบาๆ ก็เห็นเปลวไฟแล้ว308
จากนั้น นางก็วางห่อจื๋อจื่อบนนิ้ว และ