ารณ์บนโลกเปลี่ยนแปลงไม่แน่นอน บางครั้งเมื่อวานยังเป็นศัตรู วันนี้ก็เปลี่ยนเป็นเพื่อนแล้ว บางทีวันนี้ยังเป็นคนที่ตัวเองเชื่อใจอยู่ พรุ่งนี้กลายเป็นศัตรูก็ไม่แน่เดิมทีคิดว่าหานแสเพียงพอที่จะทำให้คนมองได้ทะลุปรุโปร่งแล้วคิดไม่ถึง……แม้แต่ป่ายเม่ยเซิงนางก็มองไม่ชัดเจนอ่อไม่ ควรพูดว่า สองสามคนนั้นของเรือแห่งความสิ้นหวังนางล้วนมองไม่ออก“ไปแล้ว!”มองไม่ทะลุก็ค่อยๆมอง ต้องมีสักวันที่มองออกได้ โบกมือให้ป่ายเม่ยเซิงอย่างง่ายๆหลานเยาเยาอ้อมเขาแล้วเดินจากไป196
มองดูหลานเยาเยาขึ้นนั่งบนรถม้า ในก้นบึ้งของดวงตาของป่ายเม่ยเซิงฉาบแววความสับสน……—หลังจากกลับถึงเมืองหลวง ทีแรกหลานเยาเยาคิดจะตรงกลับไปที่ตำหนักเทพธิดาแต่กลับได้ดมกลิ่นหอมของเนื้อบนถนนที่คึกคัก ครู่หนึ่งท้องก็ทนไม่ไหว “ครอกครอก” ร้องขึ้นมานางมองไปดูจากหน้าต่างเล็กๆของรถม้า แผงขายของที่ทำอาหารเอร็ดอร่อยโดยเฉพาะต้องเรียงราย อยู่ที่ตลาดกลางคืนของถนนสายเล็กๆนั่นตอนนี้เป็นเวลากลางวัน แม้ว่าแผงขายอาหารเอร็ดอร่อยนี้ไม่ได้คึกคักเท่ากับตลาดกลางคืนตอนกลางคืน แต่ยังมีคนมากมายมาดูกลิ่นหอมชั่งเย้ายวนคนจริงๆ!ในที่สุดหลานเยาเยาก็ทนไม่ไหว เรียกให้คนขับรถม้าหยุดรถ จากนั้นก็คนเดียวไปที่ถนนอาหารเอร็ดอร่อยเส้นนั้นเดินในเส้นทางที่คุ้นเคยหาแผงขายของร้านที่นางชอบที่สุดเจอแม้ว่าวันนี้นางก็สวมชุดสีแดง แต่ว่าไม่ใช่ชุดที่นางสวมใส่ในฐานะเทพธิดาเหล่านั้น แม้แต่การแต่งห