แล้วยังจะชี้แนะอย่างไร?หลานเยาเยากลับแค่ยิ้มไม่ได้กล่าวอะไร จงใจเปลี่ยนหัวข้อสนทนา“เจ้าพระยาเซียวทราบหรือไม่ นอกจากข้าจะมีวรยุทธและลายมือที่ดีแล้ว กับความรู้ทางด้านการรักษาโรคก็ยังค่อนข้างลํ้าลึกอีกด้วยโดยทั่วไปแล้ว ข้ากล้าเรียกตัวเองเป็นที่สองไม่มีใครกล้าเรียกตัวเองเป็นที่หนึ่ง อันที่จริง พูดตามจริง ข้าเห็นร่างกายท่านแย่ลงไปเรื่อยๆ แม้กระทั่งหายใจก็ยังต้องใช้แรงอย่างมาก นี่ไม่ใช่เพียงเพราะว่าความหดหู่ในใจและความพิการของขาเท่านั้นที่สำคัญที่สุดคือ ในร่างกายของท่านมียาพิษชนิดออกฤทธิ์ช้า ยาพิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่น และยังพบเห็นได้ยากมากผู้ที่ถูกพิษจะไม่สามารถรู้ตัวได้เลย แต่เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายจะค่อยๆแย่ลงอวัยวะต่างๆจะค่อยๆล้มเหลว นานวันเข้าก็จะกลายเป็นอย่างที่ท่านเป็นอยู่ทุกวันนี้ส่วนปัญหาที่ขา เวลาผ่านไปนาน ตอนนั้นไม่ได้รับการรักษาที่ทันท่วงที ดังนั้นจึงทำให้ต้องนั่งอยู่บนรถเข็น แต่ก็ยังสามารถกอบกู้สถานการณ์ได้บ้างเล็กน้อยเพียงแต่ต้องการการรักษาที่ต่อเนื่องเป็นเวลานานไม่ทราบว่าเจ้าพระยาเซียวจะยินยอมให้หมอเทวดาคนนี้รักษาให้ท่านหรือไม่?หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม ท่านยังสามารถมีชีวิตได้อีกอย่างน้อยสามสี่สิบปีมิเช่นนั้น ด้วยสภาพร่างกายของท่านในตอนนี้คงอยู่ไม่ถึงปีหน้า”สิ่งที่ควรพูดก็พูดจบแล้ว133
หลานเยาเยายังไม่เคยใจดีขนาดนี้มาก่อน สาเหตุที่ใช้แผนในการจับชีพจรให้เขาเป็นเพียงเพราะว่