ซูเตี๋ยแย้มยิ้มบางเบา พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง
“เจ้ารู้สึกว่าข้า… หรือเจ้าหอสอง ผู้ใดเก่งกาจกว่ากัน?”
“……”
จางอวิ๋นได้แต่ฉีกยิ้มแห้งๆ ให้กับคำถามนั้น
ที่ผ่านมาเขาเข้าใจมาโดยตลอดว่าอีกฝ่ายมีสถานะในหอจี๋กวงทัดเทียมกับเขา คือเป็นนักฆ่าระดับสูงในสังกัดของเจ้าหอสอง
ที่ไหนได้… ความจริงกลับตาลปัตร กลายเป็นว่าเจ้าหอสองผู้ลึกลับผู้นั้น กลับเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาของนางเสียอย่างนั้น
ซูเตี๋ยเอ่ยต่ออย่างไม่รีบร้อน “ยังจำภารกิจที่เราออกไปทำร่วมกัน ตอนที่เจ้าช่วยชีวิตข้าได้หรือไม่?”
จางอวิ๋นพยักหน้ารับ
เรื่องราวในครานั้นยังคงแจ่มชัดในความทรงจำของร่างเดิม แต่ลึกๆ เขาก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า ยอดฝีมือระดับแปลงเทพอย่างซูเตี๋ย ไปพลาดท่าเสียทีอีท่าไหน ถึงต้องให้จินตานตัวเล็กๆ อย่างร่างเดิมยื่นมือเข้าช่วยชีวิตเอาไว้ได้?
“ภารกิจครั้งนั้น… ข้าโดนลอบกัด”
น้ำเสียงของซูเตี๋ยเรียบนิ่ง แฝงแววเย็นชา “ถึงสุดท้ายข้าจะใช้ความสามารถจัดการศัตรูที่ดักซุ่มโจมตีได้จนหมดสิ้น แต่ข้าก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส… เจ้าถึงได้มีวาสนาหล่นทับ ได้ช่วยชีวิตข้าไว้ในตอนนั้นอย่างไรเล่า!”
วาสนาหล่นทับ… ช่างเป็นคำเปรียบเปรยที่ตรงไปตรงมาเสียจริงแม่คุณ