หลานเยาเยามองดูตำแหน่งที่เย่แจ๋หยิ่งยืนอยู่ก่อนหน้านี้แวบหนึ่ง กลับพบว่าไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เย่แจ๋หยิ่งได้หายตัวไปจากตรงนั้นแล้ว“เทพธิดาหากท่านไม่รีบร้อนกลับตำหนัก สามารถนั่งรถม้าของข้ากลับไป” เย่หลีเฉินกล่าว“ไม่รีบ!”นางจะมีเรื่องรีบร้อนอะไร?และการอยู่ต่อยังเป็นสิ่งที่นางตั้งใจ แน่นอน นี่เป็นการตัดสินใจหลังจากที่ฮ่องเต้เอาคดีนี้มอบให้เย่หลีเฉิน“ในเมื่อไม่รีบ เช่นนั้นพวกเราไปดื่มชากันเป็นเช่นไร?”“ดี!”หลังจากครู่หนึ่งพวกเขาก็ไปถึงในวัด นั่งตรงข้ามกันในห้องส่วนตัวห้องหนึ่ง นํ้าชาเป็นนํ้าชาที่ต้มในขณะนั้น ร้อนมาก ต้องค่อยๆจิบในขณะนั้น ทั้งสองคนก็คุยเล่นกันเรื่อยๆในไม่ช้าเย่หลีเฉินก็พูดเนื้อเรื่องที่โยงไปถึงคดีของฉินหลิงเจียว“การตายของฉินหลิงเจียวมีลับลมคมใน จะมีความเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของท่านกับเสด็จอาหรือไม่?”1090
เย่หลีเฉินสงสัยมากในจุดนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง!งานวัดในคืนวันนั้นเกิดเรื่องขึ้นมากมายหลานเยาเยาจิบชาเบาๆ และไม่ได้พูดจา แต่กลับมองเย่หลีเฉินอย่างราบเรียบเขาก็กล่าวต่อว่า“ที่สำคัญคือเวลาเหมาะเจาะพอดี จากที่ข้าคาดเดา ในป่าไผ่ฉินหลิงเจียวอาจจะพบกับคนชุดดำที่ลอบสังหารพวกท่าน สุดท้ายถูกสังเกตพบ จึงได้หลบหนีอย่างตื่นกลัว”หลานเยาเยากลับส่ายหัว“งานวัดวันนั้น หลังจากที่ความมืดเข้ามาเยือน ข้าก็เคยไปที่ป่าไผ่ เวลานั้นไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติอะไรแต่กลับพบกับหลานจิ่นเอ๋อและองค์ชายสี่น