เบาะแสสักนิดก็หาไม่พบเช่นกันดังนั้น!นางจึงนั่งลงบนเตียงหยกอีกครั้งด้วยความเหน็ดเหนื่อย พอนั่งๆอยู่ก็ล้มตัวลงไปนอน พอนอนไปนอนมาก็หลับไปในขณะที่สะลืมสะลือ นางราวกับว่าได้ยินเสียงบรรเลงของจิ่วเซียวหวงเพ่ย ……ส่วนคนที่อยู่ด้านนอกอย่างเย่แจ๋หยิ่ง ได้เดินตามความทรงจำของชายหนุ่มชุดขาวจนเดินไปถึงกำแพงนํ้าแข็งอันหนึ่งเมื่อมองไปที่กำแพงนํ้าแข็งที่เรียบและสะอาดนั้น ก็ได้เห็นว่าเหมือนมีบางอย่างถูกแช่แข็งอยู่ในนั้นแล้ว!เขาจึงหลับตาลงอย่างเงียบๆ โดยไม่รู้ว่ากำลังสัมผัสสิ่งใดอยู่ในไม่ช้าดวงตาที่แข็งกระด้างของเขาก็ลืมขึ้นมาจากนั้นเขาก็ยื่นมือขึ้นสัมผัสลงบนกำแพงนํ้าแข็ง ค่อยๆขยับไปทีละนิดๆ ก่อนจะหยุดลงในจุดๆหนึ่งๆ แล้วใช้พลังภายในกระแทกเข้าไป“โครม……”ทันใดนั้น กำแพงนํ้าแข็งก็แตกกลายเป็นดังใยแมงมุม แล้วโพรงทรงกลมที่สามารถรองรับได้เพียงคนคนเดียวก็ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขา981
เย่แจ๋หยิ่งชักมือกลับ แล้วเดินเข้าไปในโพรงนั้นและทันทีที่เข้าก้าวเท้าเข้าไป ปากโพรงก็ปิดตัวลง แล้วอยู่ๆเย่แจ๋หยิ่งก็เกิดอาการปวดหัวขึ้นมาซึ่งมันก็เจ็บปวดทรมานมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นมาตอนที่อยู่ในอุโมงค์นั้น……ส่วนหลานเยาเยาหลังจากที่นอนตื่นขึ้นมา ก็พบว่าเย่แจ๋หยิ่งเหมือนจะยังไม่กลับมาดังนั้นหลานเยาเยาจึงมองไปยังจิ่วเซียวหวงเพ่ยที่วางอยู่ข้างกาย ดวงตาฉายแววสงสัย ก่อนจะรับลงมาจากเตียงหยกคงไม่ได้เกิดเรื่องแล้วห