“ฟ้าสว่างแล้วหรือ” นางถาม“เพิ่งผ่านยามจื่อ” เขาตอบอย่างมึนงงเย่แจ๋หยิ่งมีปัญหาหรือแต่!ตอนนี้สิ่งที่นางควรกังวลไม่ใช่เรื่องนี้ แต่ต้องนำจิ่วเซียวหวงเพ่ยไปที่ต้นบุพเพดังนั้นนางจึงลุกขึ้นยืนทันที กลับพบว่าบนไหล่ของตนเองมีเสื้อคลุมสีดำเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตัว จึงหันไปมองเย่แจ๋หยิ่ง ต้องการที่จะถอนเสื้อคลุมออกไปคืนให้กับเขาแต่กลับถูกเขาหยุดไว้“ลมตอนกลางคืนค่อนข้างหนาว คลุมไว้เถอะ!”แม้ว่าคำพูดที่ดูใส่ใจ แต่กลับเผยให้เห็นนํ้าเสียงที่อึดอัดผิดปกติเอ่อ……ก่อนหน้าที่นางได้หลับไปเกิดอะไรขึ้นกับเขาทำไมเมื่อตื่นขึ้นมาถึงกลับดูผิดแปลกไป“ข้าขอกลับไปที่ห้องที่ปีกด้านข้างก่อนเพื่อไปหาของบางอย่าง แล้วพบกันที่ใต้ต้นบุพเพ”ในความเป็นจริงของที่นางจะต้องนำไปคือจิ่วเซียวหวงเพ่ย และจิ่วเซียวหวงเพ่ยก็ถูกนางรวบรวมไว้ในระบบการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ879
ตอนนี้ไม่สามารถเอามันออกมาต่อหน้าเย่แจ๋หยิ่งได้อย่างแน่นอนดังนั้นจึงเสนอว่าจะกลับไปเอาของที่ห้องที่ปีกด้านข้างหลังจากหลานเยาเยาออกไป เย่แจ๋หยิ่งก็เตรียมวางแผนจะออกไปยังใต้ต้นบุพเพทันทีที่ออกจากประตู องครักษ์ลับก็ได้โผตัวเข้ามา“เจ้านาย ทางด้านองค์ชายสี่เกิดเรื่องแล้ว”ได้ยินดังนั้น!เย่แจ๋หยิ่งขมวดคิ้วแน่น นิ่งเงียบไปชั่วขณะ แล้วพูดว่า “ไปดูกันเถอะ”——ช่วงเวลานั้นที่ได้เห็นต้นบุพเพหลานเยาเยาอดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างแม้ว่าในหนังสือประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ในวัด ก็เคยเห็นคำบรรย