ี่พักของตน พยายามฝึกฝนเพื่อหวังว่าจะทำให้ประสิทธิภาพของยาเสริมกระดูกถึงขีดสุด หลิวเหมยเอ๋อร์ตรวจดูรอบหนึ่ง ศิษย์ทุกคนล้วนขยันมาก นางจึงกลับไปยังที่พักของตน
ผ่านมาระยะหนึ่ง หลิวเหมยเอ๋อร์มีความสนใจอย่างมากในเรื่องยา คุณสมบัติและสรรพคุณของสมุนไพรต่างๆ ทำให้หลิวเหมยเอ๋อร์รู้สึกแปลกใหม่ไม่หยุด ล่าสุดยังหลงใหลการจำแนกและตรวจสอบสมุนไพร ทุกครั้งที่มีเวลาว่างก็จะหยิบตำราปรุงยามาศึกษาอย่างละเอียด
กลับถึงที่พัก หลิวเหมยเอ๋อร์เห็นขวดยาสองขวดวางอยู่บนโต๊ะเพิ่มขึ้นมา แต่ไม่ได้สนใจ คิดว่าเป็นของย่าหลิว จึงเดินไปอีกด้านเริ่มอ่านตำราปรุงยา
ตอนนี้หลี่ลี่จัดการธุระวุ่นวายเสร็จแล้ว กำลังจะเข้าไปในห้องของหลิวเหมยเอ๋อร์เพื่อศึกษาตำราปรุงยาด้วยกัน แต่ถูกย่าหลิวขมวดคิ้วห้ามไว้ ดึงไปยังมุมห่างไกล
“หลี่ลี่ไม่ทราบว่าคุณหนูต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไรจึงจะบรรลุขั้นผู้ฝึกยุทธ์?” ย่าหลิวขมวดคิ้วถาม
“เรื่องนี้…” ตอนนี้หลิวเหมยเอ๋อร์อยู่ในขั้นขอบเขตปราณเจ็ดเปลี่ยน ระดับเสริมแกร่งวิญญาณขั้นสูงสุดแล้ว เพียงแค่หนึ่งหรือสองวันก็สามารถทะลวงขีดจำกัดนี้ได้ แต่การฝึกฝนยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆ หลี่ลี่ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าหลิวเหมยเอ๋อร์จะใช้เวลานานเท่าไรจึงจะบรรลุขั้นขอบเขตพลัง
“ท่านผู้อาวุโสเมิ่งเพิ่งส่งคนมาส่งยาสองขวดเพื่อเอาใจเหมยเอ๋อร์ ข้าเกรงว่าท่านผู้อาวุโสเมิ่งจะมีเจตนาไม่ดีต่อคุณหนู พวกเราควรรีบจากไปจะดีกว่า ข้าเห็นว่าการเ