มันดูเหยียดหยามมากถึงมากที่สุด“เหลือเวลาไม่มากแล้ว เทพธิดา แพ้แล้วล่ะ”เมื่อคำนั้นพูดออกมา หลานเยาเยาก็บันดาลโทสะดึงลูกธนูอันแหลมคมสองดอกขึ้นมา ตรึงคันธนู และเล็งไปที่เขา“ไม่เห็นว่าเป็นเช่นนั้น”นางพูดออกมาทีละคำ ด้วยนํ้าเสียงที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น“หึหึ เพื่อที่จะชนะการแข่งขัน เทพธิดาถึงขั้นจะฆ่าจะแกงคู่ต่อสู้ที่แกร่งที่สุดเชียวรึ?”นํ้าเสียงของเย่แจ๋หยิ่งเหมือนเมินเฉยกับลูกธนูอันแหลมคมทั้งสองดอกที่จ่อหน้าเขาอยู่“ทำไมจะไม่ล่ะ?”พูดจบ หลานเยาเยาก็แสยะยิ้มที่มุมปากอย่างร้ายกาจ จากนั้นสายตาก็หม่นลงมือที่ตรึงลูกธนูก็คลายออก“ฟิ้ว……”“ฟิ้ว……”ลูกธนูอันแหลมคมที่ฟุ้งไปด้วยความเยือกเย็น ดั่งม้าป่าที่บ้าคลั่งพุ่งทะลุอากาศไป536
ความแหลมคมที่พุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็วสะท้อนอยู่ในแววตาของเย่แจ๋หยิ่ง แต่เขาก็แค่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ไหวติง แต่แล้วท่าทีที่ไม่สามารถอธิบายได้ก็สบเข้ากับสายตาของนางในช่วงพริบตาเดียวลูกธนูอันแหลมคมลอยแยกผ่านไปข้างลำคอทั้งสองข้างของเขา ยิงไปยังเหยื่อสองตัวที่อยู่ห่างออกไปเหยื่อทั้งสองตัวตกลงบนพื้นในทันใด“ก็ไม่แน่หรอกว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ! อ๋องเย่ อย่าได้พูดเต็มปากเต็มคำขนาดนั้น”หลานเยาเยายกมุมปากอีกครั้ง ในที่สุดก็กราชับบังเหียน ให้สวนหยู่พุ่งไปหาเหยื่อแต่ว่า……เมื่อสายตาของนางกวาดมายังเล่หกใต้ร่างของเย่แจ๋หยิ่ง จึงเปลี่ยนใจกะทันหัน ให้สวนหยู่แยกห่างไปไกลกว่าสิบเมตรในทันทีนา