ละชื่นชมเมื่อหลานเยาเยาได้เห็นกู่ฉินตัวนี้ ก็ตกตะลึงเล็กน้อย ราวกับว่าถูกมันดึงดูดสายตาไปในคราเดียวอย่างไรก็ตาม!ภายนอกของนางนั้นสงบนิ่งมิไหวติง ทั้งๆที่ในใจตุ้มๆต่อมๆเหมือนพายุโหมกระหนํ่าไปตั้งนานแล้วพิณกู่ฉินจื่อหลิงตัวนี้ เห็นได้ชัดว่าเป็นจิ่วเซียวหวงเพ่ย คือกู่ฉินพันปี อีกทั้งข่าวลือของมันก็เหมือนดั่งตำนานเล่ากันว่ามันสามารถปลุกความทรงจำที่ซ่อนอยู่ในใจของคนอื่นได้······ก่อนหน้านี้ฮ่องเต้พูดว่า ไทเฮาได้มันมาจากแม่เช่นนั้นแม่จะมีกู่ฉินตัวนี้ได้อย่างไรกัน? ไม่ใช่ว่านางเคยเป็นคนของยิงจวนหรอกรึ?495
ไทเฮาเห็นการจ้องมองที่ตกตะลึงของทุกคน ก็ไม่ได้บอกกล่าวสิ่งใดมากมาย แต่เลื่อนสายตามองมาทางหลานเยาเยา“กู่ฉินตัวนี้เรียกว่าพิณกู่ฉินจื่อหลิง เหมาะกับท่านเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้บรรเลง”หลานเยาเยาละสายตาจากจิ่วเซียวหวงเพ่ยไปยังไทเฮา จากนั้นก็คำนับเล็กน้อยแก่ไทเฮาหลังเห็นว่านางพยักหน้าไทเฮาก็พูดกับแม่นมว่า: “มอบให้เทพธิดา!”ก่อนที่จิ่วเซียวหวงเพ่ยจะมาถึงบนโต๊ะของนาง โหลวเย่วก็จัดการกับจานบนโต๊ะอย่างขะมักเขม้น ฟาดเศษขนมจนหมดเกลี้ยงข้าหลวงนำผ้าฝ้ายชั้นดีมาคลุมโต๊ะ จากนั้นก็วางจิ่วเซียวหวงเพ่ยลงโหลวเย่วที่อยู่ด้านข้างก็ดวงตาเบิกกว้าง มือทั้งสองข้างอันเรียวงามถูกกันไปมาไม่หยุดหย่อน“ว้าว······”“ท่านดูสิ ท่านดู สายกู่ฉินนี้ สีที่แวววาวนี้ งดงามกว่านี้คงไม่มีอีกแล้วจริงๆ”“สมกับที่ขนานนามว่าพิณกู่ฉินจื่อหลิ