จียวและหลินเฟยหรันจะโกรธเคืองกันมานาน แต่นี่ไม่ได้มีผลกระทบต่อการเป็นพี่น้องที่ดีกับถังมู่หวั่นของพวกนางเลยสักนิดสายตาของหลานเยาเยาเพียงแค่กวาดมองจากตัวของพวกนางผ่านไป จากนั้นก็ละสายตาแล้วแต่นางก็ไม่ได้ลงจากม้า และก็ได้แต่นั่งอยู่บนม้าตลอด และไม่ได้รีบร้อยจะเข้าไปไม่นานนักก็มีคนเห็นนาง465
“นี่ เจ้าเป็นคุณหนูบ้านไหน? ยังไม่ลงจากม้าอีก? ทำไมไม่รู้จักมารยาทเช่นนี้ ไม่รู้หรือว่าเข้าไปในสนามม้าของราชวงศ์ต้องต่อแถวตรวจสอบ?”ที่เห็นนางก่อนเป็นคนแรกก็คือฉินหลิงเจียวฉินหลิงเจียวมองดูนางที่ขี่หลังม้าซึ่งห่อหุ้มด้วยเสื้อผ้าสีแดง แล้วก็ไม่ที่ใบหน้าอันงดงามพริ้มเพราของนางอีก ในใจก็รู้สึกไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันทีได้ยินดังนั้น!หลานเยาเยาก็มองนางด้วยหางตาแวบหนึ่ง ยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา พูดด้วยนํ้าเสียงเฉยเมย : “ไม่รู้!”คราวนี้ ฉินหลิงเจียวก็ลำพองใจ นางเย่อหยิ่งจองหองขึ้นมาทันที“ก็รู้ว่าเจ้าไม่รู้ เช่นนั้นตอนนี้ข้าจะบอกเรื่องสำคัญนี้แก่เจ้า ที่นี่เป็นสนามม้าของราชวงศ์ อยากจะเข้าไปก็จำเป็นจะต้องได้รับการตรวจสอบดูที่เจ้าขี่ม้าอะไร น่าเกลียดจะตาย ยังเทียบไม่ได้ยังเทียบไม่ได้กับม้าชั้นตํ่าด้านในสนามม้าเลย ถ้ารู้ว่าต้องทำเช่นไรก็รีบลงมา ไม่เช่นนั้นข้าจะให้องครักษ์ไล่เจ้าไป”เพราะว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนท่านพ่อได้ทำผลงานชิ้นใหญ่นางไปที่ไหนก็จะได้รับยกย่อง?ตอนนี้นับว่าในบรรดาคุณหนูด้านหน้า นางก็เป็นคนพิเศษระดับที่