ทันทีที่พูดประโยคนี้ออกมาใบหน้าของเย่แจ๋หยิ่งก็ก้มตํ่าลง พลางหรี่ตาลงเล็กน้อย จากนั้นก็ส่ายหน้า“หึ เขาก็ช่างกล้า”การไปยังชนเผ่าชายฝั่ง องครักษ์ลับที่เขาพาไป ไม่มีรอดกลับมาเลยแม้แต่คนเดียว ชนเผ่าชายฝั่งก็โดนสังหารหมู่ หุบเขาจิ้นก็โดนไฟไหม้จนไม่เหลือซากอีกทั้งเขากลับเสียกำลังภายในไปกว่าครึ่ง ทั้งยังลืมเรื่องบางเรื่องไปแล้ว……บางที เรื่องเหล่านั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องที่สำคัญอันใดเพราะว่า เรื่องที่สำคัญที่สุด เขานั้นยังคงจดจำได้“คงจะจริง” เซียวจิ่นหยูไม่ได้อยากจะถามเย่แจ๋หยิ่งต่อเรื่องการสูญเสียกำลังภายใน ถึงแม้จะอยากรู้ก็ตามที แต่ก็ไม่อยากจะถามมากมายนัก เพราะถามไปเย่แจ๋หยิ่งก็คงจะไม่ตอบ“แล้วจากนี้……เจ้าจักทำเช่นไรต่อไป? ข้าผู้เป็นหมากตัวนี้ยังมีประโยชน์ใดอยู่หรือไม่?”เมื่อได้ยินเช่นนั้น!เย่แจ๋หยิ่งก็เหลือบมองเขา“อีกไม่นาน เจ้าก็จะเป็นอิสระ”“ก็ขอให้เป็นเช่นนั้น!”ผ่านไปไม่นาน เซียวจิ่นหยูก็จากไปทั้งๆที่ยังดื่มชาไม่หมด334
เซียวจิ่นหยูไปแล้ว โม่เหลียงเฉินจึงเดินออกมาจากความมืดด้วยความทรงสงสัยอันล้นหลาม“เทพธิดาเข้าพระราชวังไปแล้ว แล้วเจ้าไม่ไปที่ราชสำนักรึ?”“ข้ายังไม่ได้ไปเหยียบเมืองหลวงเลย!” เสียงที่สุขุมนุ่มลึกดังขึ้นเย่แจ๋หยิ่งจิบชา พลางมองดูท้องถนนที่ผู้คนได้แยกย้ายกันไปตั้งนานแล้ว ไม่รู้เลยว่าเขากำลังคิดสิ่งใดอยู่“ก็ใช่ พูดในมุมของฮ่องเต้ พระองค์ยังไม่รู้ด้วยซํ้าว่าเจ้ากลับมาแล้ว แต่ถึงแม