ท่ามกลางความเงียบสงัด เสียงครางแผ่วเบาดังลอดออกมาจากริมฝีปาก... เปลือกตาของสวีหมิงค่อยๆ ขยับไหวก่อนจะเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้า“หมิงเอ๋อร์…”น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยปลุกสติของสวีหมิงให้ตื่นเต็มตาเขารีบหันขวับไปตามเสียงเรียก“อะ… ท่านอาจารย์?”ทว่าเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัด นัยน์ตาของสวีหมิงกลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง“ทะ… ท่านอาจารย์! เหตุใดท่านจึงดูหนุ่มแน่นขึ้นเช่นนี้ขอรับ?”“หนุ่มขึ้น?”จางอวิ๋นเลิกคิ้วสูง มุมปากยกยิ้มจางๆ “อาจารย์ของเจ้าก็รูปงามหน้าเด็กเช่นนี้มาตลอดมิใช่รึ!”“เอ่อ…”สวีหมิงอ้าปากค้าง พูดไม่ออกบอกไม่ถูก เขาละสายตากวาดมองไปรอบกาย ก็พบเถากู่หลานและเหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ นอนสงบนิ่งอยู่ แต่สิ่งที่น่าประหลาดคือ…“ทำไมทุกคนถึงดูอ่อนเยาว์ลงกันหมดเลย?”จางอวิ๋นสังเกตปฏิกิริยาของศิษย์รักพลางครุ่นคิดสายตาคมกริบก้มลงมอง ‘จานค่ายกลหยกวิญญาณ’ ในมือค่ายกลบำเพ็ญมายา… แดนมายา…หรือว่าค่ายกลนี้ จะมีฤทธิ์ดึงดูดจิตใจให้ดำดิ่งสู่โลกแห่งจินตนาการ?“หมิงเอ๋อร์ ก่อนหน้านี้เจ้าติดอยู่ในวังวนของค่ายกล”จางอวิ๋นเอ่ยเสียงเรียบ“ค่ายกล?”สวีหมิงชะงักงัน พลันภาพความทรงจำก่อนหน้านี้ก็ไหลย้อนกลับมาเขาจำได้ว่าตนเองยืนร