จางอวิ๋นชะงักฝีเท้าสายตาคมกริบกวาดมองไปที่ซากตอไม้แห้งกรังซึ่งเคยเป็นที่สิงสถิตของมารเหี่ยวเฉา ทันใดนั้น ร่างเงาตะคุ่มหนึ่งก็ค่อยๆ ตะเกียกตะกายคลานออกมาจากรอยแยกของเปลือกไม้อย่างยากลำบากสภาพของคนผู้นั้นดูชราภาพจนน่าตกใจ ผิวหนังเหี่ยวย่นราวกับไม้ใกล้ฝั่ง ทว่าเค้าโครงหน้าและกระแสเสียงที่แผ่วเบานั้น…“ผู้อาวุโสใหญ่?”จางอวิ๋นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จำสถานะของอีกฝ่ายได้ในพริบตา“ที่นี่…”ผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักหลิงเซียนเพิ่งจะได้สติ ดวงตาฝ้าฟางกวาดมองไปรอบกายด้วยความมึนงง แต่เพียงครู่เดียวความทรงจำก็เริ่มไหลย้อนกลับมา เขาก้มลงมองผิวหนังที่เหี่ยวย่นและมือที่สั่นเทาของตนเองด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด“ข้า… เกิดอะไรขึ้นกับข้า??”“ผู้อาวุโสใหญ่ สถานที่แห่งนี้คือรังของมารเหี่ยวเฉาที่เชี่ยวชาญการดูดกลืนพลังชีวิต การที่ท่านปรากฏตัวที่นี่…”จางอวิ๋นเอ่ยตอบเสียงเรียบยังมิทันที่วาจาจะจบประโยค ผู้อาวุโสใหญ่ก็เข้าใจสถานการณ์ในทันที ภาพความทรงจำตอนที่ก้าวเท้าเข้ามาในวิหารเซียนแล้วถูกเถาวัลย์ทมิฬพุ่งเข้าโจมตีจนหมดสติฉายวาบเข้ามาในหัวใบหน้าของเขาพลันขมขื่นจนน่าเวทนา เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่า พลังชีวิตที่เคยเปี่ยมล้น บัดนี้ถูก