สูบออกไปถึงเก้าในสิบส่วน!“แค่กๆ…”เสียงไอแห้งผากดังแทรกขึ้นมาจากเปลือกไม้อีกด้านหนึ่ง ปรากฏร่างชายร่างกำยำที่บัดนี้ผมขาวโพลนเต็มศีรษะใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา ค่อยๆ คลานออกมา“กู่ฉี่?”แม้รูปลักษณ์จะเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้ แต่กลิ่นอายนั้นจางอวิ๋นยังจดจำได้ดี“นะ…”กู่ฉี่ในร่างชราภาพทำท่าจะเอ่ยปากทักทาย แต่เมื่อเห็นว่ามีบุคคลที่สามอยู่ด้วยจึงรีบหุบปากฉับ พลางก้มลงสำรวจสภาพร่างกายของตนเองด้วยความตื่นตะลึง“ข้า… ข้าเป็นอะไรไป?”“เจ้าถูกมารดูดกลืนพลังชีวิต...” จางอวิ๋นกล่าวเสียงเรียบ“ทำไมถึงเป็นเช่นนี้?”กู่ฉี่ยกมือที่เหี่ยวย่นราวกับเปลือกไม้แห้งขึ้นมาดู ใบหน้าฉายแววไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็นจางอวิ๋นตัดบท “สภาพของพวกท่านในยามนี้ เกรงว่าหากฝืนเคลื่อนไหวคงไม่เป็นผลดี เข้าไปพักฟื้นใน ‘ศาสตรามิติ’ ของข้าสักครู่เถอะ!”“ศาสตรามิติ?”กู่ฉี่และผู้อาวุโสใหญ่สำนักหลิงเซียนต่างเบิกตากว้างสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมต้องรู้ว่าสิ่งที่เรียกว่าศาสตรามิติ คือสมบัติวิเศษระดับสูงที่สามารถบรรจุสิ่งมีชีวิตได้ หาใช่ของที่จะพบเห็นได้ทั่วไปจางอวิ๋นถึงกับครอบครองของล้ำค่าพรรค์นี้เชียวหรือ?“รบกวนผู้อาวุโสเก้าแล้ว…”ผู้อา