คราของตนคืนมา อันที่จริงก็อยากจะพูดกับหลานเยาเยาอีกสักสองสามคำแต่ความคิดในชั่วพริบตา!ก็พบว่าสิ่งที่นางพูดมีเหตุมีผลเป็นอย่างมาก จึงรีบกลับไปงุ่นอยู่กับการปรับโฉมรถม้าอีกครั้งสิ่งที่หลานเยาเยาพูดต่อจากนั้น ก็ไม่เข้าหูเลยแม้แต่คำเดียว“เห้อ…”เมื่อพูดจนเหนื่อย หลานเยาเยาก็ถอนหายใจทีคนอื่นเขาเป็นเจ้าสำนัก มองเพียงแว๊บเดียวคนก็ตกตะลึงกันไปทั้งบางผู้ใต้บังคับบัญชาต่างก็ให้ความเคารพนับถือแต่กับนาง……313
ผู้ใต้บังคับบัญชามักจะตะคอกใส่นางอยู่เป็นประจำ ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการดูถูกนางเดาว่านางคงจะเป็นเจ้าสำนักที่ใจเย็นที่สุด ใจกว้างที่สุด และไร้ความน่าเกรงขามมากที่สุดแล้วล่ะถ้าเจ้าสำนักแบบที่ว่ามาไม่ใช่นางก็คงจะไม่มีใครอีกแล้ว!จะอย่างไรก็จนปัญญาใครกันที่ให้นางมาเป็นสมาชิกในสำนักหงอี ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นไปด้วยตาแก่ทรามๆคนนี้ไง!เช่นนั้น!หลานเยาเยาจึงจำใจเดินไปอยู่อีกฝั่ง พร้อมเอาขาหมูขึ้นมาแทะอย่างโกรธๆ โดยไม่ลืมที่จะกระแหน“ความสามารถก็บ้านๆ แต่การจัดการแย่กว่าเสียอีก”จื่อซีที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดได้ยินเข้า ก็รู้สึกละอายใจความสามารถบ้านๆงั้นรึ?คุณหนูก็ช่างกล้าพูดไม่ต้องพูดถึงตาแก่ที่กำลังปรับโฉมรถม้าอยู่หรอก ตาเฒ่าอีกสองสามคนในสำนักหงอี มีคนไหนเคยเป็นสองรองใครเขากันบ้าง?โชคดีที่คุณหนูแค่พึมพัมอยู่อีกด้าน หากตาเฒ่าผู้อาวุโสคนนั้นได้ยินเข้า จะต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเป็นแน่314
อันที่จริง!ตาเฒ่าเหล่านั