กไปใครจะรู้……จื่อเฟิงยกบังเหียนขึ้นมือก็ค้างไว้อยู่ในกลางอากาศ“คุณหนู พวกเขาหยุดลงแล้ว!”เมื่อข่าวดีนี้แว่วมาหลานเยาเยาที่เอาหน้าต่างลงมาครึ่งหนึ่งแล้ว รีบเปิดม่านขึ้นทันที แล้วคว้าเมล็ดแตงโมที่ไม่รู้ว่าไปเอามาจากที่ไหนออกมาหนึ่งกำ และก็แทะอย่างเอร็ดอร่อยนางทำตัวเป็นคนดูที่กินเมล็ดแตงโมอย่างเงียบๆ รอคอยการแสดงการต่อสู้บอกให้หยุดก็หยุด นี่เชื่อฟังเกินไปรึเปล่า?260
แต่ทว่า……พวกนักฆ่าที่หยุดนั้น หันหลังให้พวกเขานี่ก็อธิบายได้ว่า เป้าหมายของนักฆ่าไม่ใช่พวกเขาเมื่อสักครู่ที่ได้ล้อมพวกเขาไว้ น่าจะเป็นเพราะจำฝ่ายตรงข้ามผิดไปพวกนักฆ่าที่หยุดลงตรงที่ไกลๆ ต้องได้ยินคำพูดของหลานเยาเยาเป็นธรรมดาแต่ละคนเหมือนกำลังมองคนโง่อยู่ก็ไม่ปาน มองไปทางพวกเขาแวบหนึ่งพวกเขาเป็นนักฆ่า!ฆ่าคนได้ ทั้งยังโหดเหี้ยมชั่วร้ายที่สุดเช่นนั้นใครที่เจอพวกเขาแล้วไม่ยอมอ้อมไปใช้ทางเดินอื่น ก็ต้องใช้กำลังเพื่อรักษาชีวิตไว้?พวกเขากลับลองดี ไม่เพียงแค่ไม่หลบหลีกไป ยังจะดันทุรังเข้ามาหาอีก ชั่งไม่เห็นพวกเขาที่เป็นนักฆ่าอยู่ในสายตาเอาซะเลยอีกสักครู่เมื่อเสร็จธุระจากเรื่องตรงนี้ ค่อยไปจัดการพวกเขาทันใดนั้น!ลมเย็นยะเยือกพัดโชยมา ลมกรรโชกที่ไร้ซึ่งร่องรอยพัดตีมาเป็นระลอกระลอก“ตาตาตา……”รถม้าสีดำที่แสนจะหรูหราคันหนึ่งเคลื่อนมาช้าๆ ผ้าม่านสีดำทั้งสองข้างของรถม้าโบกพลิ้วไปตามลม ทำให้รถม้านั้นยิ่งมีพลังแห่งแรงสังหารเข้าไปอีกในที่ไกลๆ