เย่แจ๋หยิ่งที่ยืนอยู่ตรงประตูมองดูนางอยู่เงียบๆ จะให้พูดชัดๆก็คือเมื่อเห็นบาดแผลที่นางปาดลงไปด้วยตัวเองก็รู้สึกเศร้าใจ“ต่อไปนี้หากเจ้ายังกล้าสัมผัสนางอีกละก็ ข้าจะตัดมือเจ้าทิ้งซะ” นํ้าเสียงที่เยือกเย็นดั่งนํ้าแข็งค่อยๆดังขึ้นแม้ว่าเขาจะยังคงมองหลานเยาเยาอยู่ แต่กลับพูดให้กับหานแสที่อยู่ตรงกำแพง“ฮึฮึฮึ……วางใจเถอะ! ข้าหาได้โง่เขลาถึงปานนั้นไม่ และมันก็สายเกินไปแล้วที่จะปกป้องนาง!”พูดจบ เขาก็จัดเสื้อผ้าของตน จากนั้นก็เดินมาทางหลานเยาเยาอย่างสบายอกสบายใจ นอกจากนั้นเขายังนั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้าง พร้อมสายตาที่จ้องมองไปยังเลือดในชาม ริมฝีปากเผยรอยยิ้มที่แสนคลุมเครือ……“เย่แจ๋หยิ่ง เจ้าจะไปที่ใด?”เมื่อเห็นว่าเย่แจ๋หยิ่งหันหลังออกไป หลานเยาเยาที่ไม่ได้สนใจหานแส ก็ตามออกไป “รอข้าก่อน”นับตั้งแต่วันนั้น หลังจากที่เย่แจ๋หยิ่งอยู่ๆก็พูดคำเหล่านั้นขึ้นมา นางก็ได้เจอเขาน้อยลง แม้ว่าเขาจะอาศัยอยู่ในที่พำนักของนางก็ตาม อีกทั้งหลังจากที่นางรู้ว่าหานแสก็มาอยู่ด้วย จึงได้เรียนรู้จากหานแสยังดี ที่ครั้งนี้เขาไม่ได้มีเจตนาที่จะหลบเลี่ยงนางนางตามไปถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาก็ได้ยืนรอนางอยู่ที่นั่นแล้ว“ข้าหาทางออกได้แล้ว ข้าสามารถรักษาเจ้าได้”52
“เจ้าจะใช้เลือดของเจ้างั้นรึ?” นํ้าเสียงของเขามีความเย็นชาเล็กน้อยเมื่อครู่ที่หลานเยาเยาใช้เลือดของนางผสมกับเลือดของคนโดนมนต์ดำแล้วมีการเปลี่ยนแปลง เขาเองก็เดาไว้อยู่แล้ว“