มองดูการแสดงออกของพวกเขาสองคน หลานเยาเยายิ้มอย่างเคอะเขิน ในใจก็คิดข้ออ้างต่างๆมากมายทันที เพียงแต่ยังไม่ทันจะได้พูดออกไป ก็ได้ยินนํ้าเสียงเย็นยะเยือกของเย่แจ๋หยิ่งดังมา“เอาเขาโยนทิ้งออกไป”โยนทิ้ง?โยนทิ้งออกไป?ถ้าคนตายไปแล้ว นางจะหาเบาะแสจากที่ไหน?ยิ่งไปกว่านั้น ฐานะของหมอ นางไม่สามารถที่จะมองดูคนโดนยาพิษตายไปต่อหน้าต่อตาโดยอยู่เฉยๆได้ดังนั้นจึงรวบรวมความกล้าแล้วพูดว่า : “เขาโดนยาพิษใกล้ตายแล้ว ข้าไม่สามารถให้เขาตายได้ ข้ามีข้อสงสัยมากมายอยากถามเขา ส่วนอยากถามอะไร ข้าไม่สามารถพูดได้”ตอนนี้ก็สามารถอธิบายได้เพียงเท่านี้แล้วไม่เช่นนั้นเซียวจิ่นหยูถูกโยนออกไปแล้ว ก็จะต้องตายเพียงทางเดียวคราวนี้ เย่แจ๋หยิ่งไม่พูดแล้ว เขาเดินไม่กี่ก้าวก็มาถึงหน้าเตียง มองดูเซียวจิ่นหยูที่ใส่หน้ากากไว้ คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย“เรื่องที่เจ้าอยากรู้ถามข้าตรงๆ”1471
หืม?ฟังจากนํ้าเสียงสุภาพเช่นนี้ ราวกับว่าเขารู้ว่านางคิดจะถามอะไร? หรือว่าเขารู้วิชาการอ่านใจจริงๆ? หรือว่าเป็นพยาธิไส้เดือนในท้องของนาง อะไรก็รู้ไปหมด?ดังนั้น!นางจึงได้ปริรอยยิ้มที่ดูประจบประแจงขึ้นมาทันที“แฮร่ๆ……”“ได้ได้ได้ ต่อไปข้าเจอข้อสงสัยปัญหายากเย็นอะไรจะถามท่านทั้งหมดเช่นนี้ก็ได้แล้วใช่หรือไม่?” พูดพร้อมดึงมือเขาแกว่งไปมาไปด้วย จากนั้นก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที “ท่านกลับมาดึกขนาดนี้ ตรงบาดแผลยังไม่ได้เปลี่ยนยาใช่ไหม? ไป ข้าจะไปเปลี่ยนให้ท