แห่งหนึ่งจะว่าไปมันก็เป็นเรื่องบังเอิญหานแสเพิ่งตื่นมาได้ไม่นานเย่แจ๋หยิ่งก็ตื่นแต่ว่า……ก่อนหน้านี้เพื่อให้นางสะดวกในการดูแลพวกเขาสองคน จึงเอาพวกเขาสองคนวางไว้บนหญ้าแห้งด้วยกัน ดังนั้นตอนนี้ทั้งสองคนจึงจ้องกันและกัน“นั่นสิ……โจ๊กต้มเสร็จแล้ว พวกเจ้าใครจะกินก่อน?”ตอนนี้พวกเขาสองคน คนนึงเพิ่งผ่านการผ่าตัดมา อีกคนบาดเจ็บสาหัส ทั้งสองคนเป็นคนที่อ่อนแอมาก ถ้ามีอุบัติเหตุเล็กน้อยอาจอันตรายถึงชีวิตได้หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ ทั้งสองคนยังไม่พ้นขีดอันตรายกินข้าวอะไรตอนนี้ยังขยับเองไม่ได้เลยดังนั้นนางจึงทำได้เพียงป้อนพวกเขาทีละคนแต่เมื่อพูดประโยคนั้นออกไป ทั้งสองคนก็มองมาทางนางพร้อมกันด้วยสายตาที่นางไม่เข้าใจเอ่อ……พวกเขาไม่พูด แล้วนางจะป้อนใครก่อน?“ช่างเถอะ ป้อนพร้อมกันสองคนละกัน!”1420
ดังนั้น หลานเยาเยาจึงประคองพวกเขาพิงรูปปั้นเก่าๆทีละคนนางประคองเย่แจ๋หยิ่งก่อน สายตาพึงพอใจ เร่าร้อนของเย่แจ๋หยิ่งจับจ้องที่นางตลอด แต่เมื่อถึงตอนที่ไปประคองหานแส นางรู้สึกถึงสายตาที่มีอำนาจทะลุทะลวงหยุดอยู่บนตัวของหานแส“ข้าทำเอง!”หานแสเองก็รู้สึกถึงสายตานั้นของเย่แจ๋หยิ่ง สีหน้าจึงอึกอักเล็กน้อย“ถ้าเจ้าทำเองได้ ข้าก็ไม่เสนอป้อนเจ้าหรอก” หลานเยาเยาจ้องเย่แจ๋หยิ่งไม่ว่าจะยังไงคนนี้ก็ช่วยเขาไว้จึงมีสภาพแบบนี้ เขายังจะไม่ให้คนนี้กินข้าวอีก“เจ้าไม่ต้องสนใจเขา”หานแสมองนางและเย่แจ๋หยิ่งแปลกๆ แล้วก็ไม่ได้อวดเก่งอีกดูท่า