มโหมากราวกับกำลังจะกินคน หลานเยาเยาเพียงแค่ยิ้มอ่อน จากนั้นถอนหายใจกล่าว: “ช่างเถอะ ข้าเป็นคนที่เจรจาง่าย แม้ว่าวิชาการรักษายังคงตื้นเขิน แต่ความกล้าจับชีพจรก็ยังมีอยู่”พูดอยู่ หลานเยาเยาก็ลุกขึ้นแล้ว และเดินไปหาหานแสแต่เดินไปได้ครึ่งทาง มืออ้วนๆ ข้างหนึ่งยื่นออกมาขวางทางเดินอย่างกะทันหัน“พราชายาเย่ ข้าน้อยอาการสาหัสกว่า จะตายในไม่ช้า อย่างไรก็ขอเชิญพระยาชาเย่ช่วยดูข้าน้อยก่อนเถิดขอรับ!”เมื่อผู้นั้นพูดจบ ก็คุกเข่าลงดังตุ๊บ ใบหน้าเต็มไปด้วยท่าทางที่ทรมานมากเอิ่ม…..ก้อนที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าตัวเองนี้ตัวคืออะไร?1219
ดูเหมือนอายุจะสามสิบกว่าแล้ว แม้ว่าผิวจะไม่ซีดเหลือง แต่ก็ยังคงเหลืองเกินไป และรูปร่างอ้วนกลม ส่วนสูงดูจากสายตาไม่น่าสูงถึงจมูกของนาง……คนนี้ป่วยรึไง?ดูไม่ออกนี่นา! อย่างมากก็คือกินเยอะไปจนอ้วนท้วนสมบูรณ์แต่!ในเมื่อเย่หลีเฉินมีการเตรียมตัวมาก่อนแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะพาผู้ที่ไม่ป่วยมาด้วยและแล้วนางจึงมองคนตรงหน้าอย่างละเอียด แต่ไม่ว่านางจะสังเกตอย่างไรก็ดูอาการไม่ออกว่าเขาป่วยดังนั้นนางจึงมองไปยังบนมือที่ยื่นออกมาของชายวัยกลางคนผู้นั้นดูเหมือนว่าควรจะต้องจับชีพจรถึงจะรู้อาการ จากนั้นก็เอื้อมมือไปจับมือชายร่างเตี้ยวัยกลางคนมือกำลังจะสัมผัสถึงข้อมือของเขา ก็รีบดึงมือกลับไปทันที ดูเหมือนวัสดุของเสื้อผ้าของชายร่างเตี้ยวัยกลางคนจะแตกต่างจากเสื้อผ้าปกติ อดไม่ได้ที่จะหรี่ตาเล็กน้