นัยน์ตาของร่างดำนั้นประกายความโกรธจากนั้นก็กลับมาสงบนิ่ง เผชิญหน้ากับองครักษ์ลับที่ล้อมไว้เขาไม่คิดจะต่อต้าน“เฮ้อ อย่าทำเสื้อข้ายุ่งสิ ตอนแรกมันเปิดออกมาแล้วครึ่ง ถูกพวกเจ้าดึงนิดเดียวก็แทบจะหลุดออกมาแล้ว”“ข้าจะไม่วิ่ง ปล่อยให้ข้าเดินเอง ข้าต้องการไปพบสาวงามด้วยสภาพที่ดีที่สุด”“เฮ้ย พวกเจ้านี่หยาบคายเสียจริงก็บอกแล้วไงว่าจะไม่วิ่ง ไม่ต้องคุมตัวข้าเช่นนี้”“……”หลานเยาเยาที่อยู่ในห้องโถงมองคนที่ถูกคุมตัวเข้ามาก็ต้องขมวดคิ้ว ดวงตาประกายความสงสัยร่างนี้คุ้นตามากเสียงเหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนตอนผู้นั้นถูกเหล่าองครักษ์ลับคุมตัวมาอยู่ตรงกลางห้องโถง กำลังจะมัดตัวเขา ผู้นั้นก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มโง่ๆให้หลานเยาเยา“ป่ายเม่ยเซิง?!”หลานเยาเยากุมขมับพูดไม่ออก1182
“ใช่ๆๆ ข้าเอง คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมีภาพจำลึกซึ้งต่อข้า นึกว่าเจ้าจะลืมคนในครอบครัวไปหมดแล้ว!”ในนํ้าเสียงมีความคับแค้นใจเอ่อ……ทำไมเขาพูดแปลกๆ รู้สึกอย่างกับพวกเขาเป็นคนรักเก่ากัน“อยู่บนเรือดีๆหนีมาที่จวนอ๋องเย่ทำไม?”เรือแห่งความสิ้นหวังลึกลับเช่นนี้ อำนาจที่อยู่เบื้องหลังก็ทำให้คนครุ่นคิดไม่ตก ในฐานะสมาชิกของคนเรือแห่งความสิ้นหวัง ป่ายเม่ยเซิงผู้นี้คิดจะทำอะไร?”“การจากกันครั้งก่อน ในทุกๆคืนข้าพลิกไปพลิกมาคิดถึงเจ้าจนนอนไม่หลับคิดไปคิดมาข้าก็ตัดสินใจจะมาดูเจ้าสักครั้ง คิดไม่ถึงว่าจะโดนจับ แต่ก็ยังดีที่ได้พบเจ้า”เผชิญหน้ากับป่ายเม่ยเซิงที่สาธยายค