ามรู้สึกเหมือนเดิม มุมปากกลับปรากฏรอยยิ้มที่ไม่เข้ากับการแสดงออก“โหลวเย่ว? โหลวเย่ว? เจ้ายังรู้จักข้าหรือไม่?”เห็นดังนั้น!หลานเยาเยาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตาหรี่ลงทันทีด้วยสภาพของโหลวเย่วในตอนนี้ ไม่ได้เหมือนอาการกำเริบของพิษกู่ที่อยู่ในร่างกายของนาง ดูเหมือนกับการถูกควบคุมไว้เพียงแต่……“เยาเยา ข้าอยู่ตรงนี้ ข้าคือโหลวเย่ว เจ้าอย่ากลัวข้า ข้าคือโหลวเย่วจริงๆ ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า……” ในนํ้าเสียงที่ฟังดูโศกเศร้าของโหลวเย่ว แซมด้วยเสียงร้องไห้เบาๆเมื่อพูดๆไป ในดวงตาที่ดูสับสนมึนงงของนางกลับมีนํ้าตาไหลออกมาหนึ่งหยด1096
“เจ้ากลัวข้าหรือ? ข้าคือโหลวเย่วไง! ตอนนี้ข้ารู้สึกทรมานมาก พิษในตัวข้ามันกำเริบแล้วใช่หรือไม่? เจ้าเคยพูด ว่าสามารถรักษาข้าให้หายได้ ยังเป็นเช่นนั้นหรือไม่? ข้าทรมานเหลือเกิน……”นํ้าเสียงของโหลวเย่วกลายเป็นที่เย็นยะเยือกและเศร้าโศกขึ้นเรื่อย ๆ แต่การท่าทีของนางยังคงดูไร้อารมณ์ความรู้สึก ไม่เปลี่ยนแปลงเลยสักนิด แม้แต่รอยยิ้มที่มุมปากของนางก็ยังคงดูหวานเยิ้มหลานเยาเยาปิดตาลงอย่างเงียบๆ จากนั้นเปิดตาขึ้นทันที!นางบังคับตัวเองให้ละสายตาออกจากโหลวเย่ว จากนั้นก็จ้องมองไปยังฮองเฮาที่มีรอยยิ้มอันสุดแสนจะบ้าคลั่ง“ท่านทำอะไรกับนาง?”ในคำถามที่นํ้าเสียงแผ่วเบา สอดแทรกไปด้วยความอดทนและโทสะที่คุกรุ่นนางสัมผัสได้ เวลานี้ในใจจริงของโหลวเย่วนั้นกำลังเผชิญกับความทรมานที่ไม่สิ้นสุด ก็เหมือนกั