นใจล่ะ ขอให้ได้รอยจูบมาก่อนค่อยว่ากันอีกทีเห็นแต่โหลวเย่วมองมาที่นางอย่างเงียบๆกระพริบตาปริบๆ แล้วกระพริบตาปริบๆอีกครั้ง จากนั้นเอามือตบไปที่ขา ร้องออกมาอย่างดีใจ “เยาเยา สุดท้ายเจ้าก็คิดได้เสียที”คิดได้ก็ดีล่ะ เนื่องจากโหลวเย่วดีใจที่เยาเยาคิดได้ จึงเล่าเรื่องราวมากมายที่เกี่ยวข้องกับเย่เจ๋หยิ่งให้นางฟังสิ่งที่นางคาดคิดไม่ถึงคือ797
สมัยที่เย่เจ๋หยิ่งเป็นเด็กเขาไม่ได้มีชีวิตที่ดีงามเหมือนตอนนี้ ในทางกลับกันเขาต้องแบกรับความทุกข์ที่คนธรรมดาทั้วไปไม่สามารถแบกรับได้มาแบกรับเอาไว้คนที่เติบโตมาในวัง กับคนที่ผ่านสนามรบมาก่อน เป็นไปไม่ได้ที่เส้นทางชีวิตจะเต็มไปด้วยความราบรื่นจุดนี้นางรู้ดีอยู่แต่สิ่งที่นางรู้ยิ่งกว่าคือ เย่เจ๋หยิ่งน่าจะลำบากกว่าที่โหลวเย่วเล่ามาหลายเท่า!เมื่อกลับถึงจวน โหลวเย่วกะว่าจะนอนที่ลานซวนซีของหลานเยาเยา แต่กลับโดนนางปฏิเสธโดยให้ข้ออ้างว่านางไม่ชินกับการที่ต้องนอนร่วมกับคนอื่อนสุดท้ายโหลวเย่วจำใจต้องกลับไปที่ลานของตัวเองอย่างไม่เต็มในนัก!ก่อนที่โหลวเย่วจะกลับได้ทิ้งท้ายด้วยวาจาเหี้ยมว่า “หลานเยาเยา ข้าอุตส่าห์จริงใจต่อเจ้า เจ้ากลับไม่ให้ข้านอนที่นี่ เจ้ารู้ไหมว่าเจ้าได้สูญเสียข้าไปแล้ว”“……”“……”หลานเยาเยาได้แต่มองฟ้าพูดอะไรไม่ออกคำว่าขอนอนด้วยคำนี้ฟังดูแปลกๆ พูดเหมือนเขาสองคนมีอะไรด้วยกันตอนแรกนึกว่าโหลวเย่วจะโกรธจริงๆ!798
คิดไม่ถึงวันรุ่งขึ้น แสงแดดยามเช้าที่สาดส่อ