ก็เพียงเท่านี้หากฮองเฮายังสงสัยอะไรก็รอจนหลังจากงานเลี้ยงวันเกิดของพระราชินีเสร็จสิ้นข้าก็จะตอบท่านด้วยตนเอง ท่านถามอย่างไม่จบไม่สิ้นข้าก็จะตอบอย่างไม่จบไม่สิ้นนี่ไม่ได้ทำให้เสียบรรยากาศใช่ไหม?ดังนั้น ตอนนี้ก็ไม่รับการโต้แย้งใดๆ”คนทั่วไปไม่กล้าพูดเช่นนี้กับฮองเฮาเพราะถึงอย่างไรฮองเฮาก็เป็นแม่ของแผ่นดินมีฐานะและอำนาจนับว่าสูงแต่นาง หลานเยาเยา กล้าพูดขนาดนี้!ถ้าฮองเฮายังไม่ยอมปล่อยพวกนางไปหล่ะก็ นี่จะเป็นการทำลายงานเลี้ยงที่พระราชินีจัดขึ้น นางอยากแกล้งให้พระราชินีทำไม่สำเร็จหรอ?แม้หลานเยาเยาจะวาจาเฉียบคมแต่จากรอยยิ้มหวานๆที่อยู่บนหน้าก็มองความหมายที่พุ่งเป้าไปยังฮองเฮาไม่ออกเลยสักนิดเหมือนกับมีก้อนฝ้ายก้อนนึงยัดเข้าไปในคอของฮองเฮา จะคายก็คายไม่ออกจะกลืนก็กลืนเข้าไปยาก“ฮองเฮา นํ้าชาในมือเจ้าใกล้จะเย็นหมดแล้วใช่ไหม? ข้าสั่งให้คนเอาแก้วใหม่มาให้”ความหมายแฝงก็คือฮองเฮาพูดมากไปแล้วจนต้องใช้ชามาอุดปากนางไว้650
แล้วคนที่นั่งอยู่ส่วนใหญ่ก็เป็นนักแสดง จะไม่เข้าใจความหมายแฝงของพระราชินีได้อย่างไร?ฮองเฮาเองก็ต้องเข้าใจ!นางหน้าซีดไปชั่วขณะ รีบขอบคุณพระราชินีที่ประทานนํ้าชาให้จากนั้นก็มองหลานเยาเยาตาเขม่น นัยน์ตาก็ฉายความดุดันโมโหหลังจากนั้น พระราชินีก็โบกมือมาทางพวกนางสองคนอีกครั้งพูดคุยเกี่ยวกับชีวิตประจำวันทั่วไปของพวกนางแล้วก็มอบกำไลข้อมือให้แก่พวกนางคนละอันแต่ก็ทำให้เหล่าลูกสาวของขุนนางจำนว