ินไปพูดไป เมื่อพูดคุยสนุกสนานพวกนางก็จิบชา จิบช้าแล้วพวกนางก็ดื่มเหล้าเล็กน้อยฟ้ามืดลงอย่างไม่รู้ตัว ทั้งสองคนต่างมึนเหล้าเล็กน้อย จึงกลับจวนอ๋องเย่อย่างไม่เต็มใจนักครั้งนี้พวกนางก็กลับเข้ามาทางประตูหลังเช่นเดิม เพียงก้าวเข้ามาหลานเยาเยาก็พบความผิดปกติบางอย่างกลิ่นเลือดบ้างมีบ้างไม่มีลอยเข้ามาเตะจมูก ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้น446
เป็นดั่งที่นางคาดไว้ จวนเย่อ๋องเกิดเรื่องขึ้นแล้วองค์รักษที่หลบซ่อนในมุมมืดทั้งสี่คนต่างไม่อยู่แล้วโชคยังดีที่เมื่อกลางวันนางลากองค์หญิงจาวหยางออกมาด้วย ไม่อย่างนั้นหากมีคนรอบซุ่มทำร้าย นางก็คงหนีรอดไปไม่ได้ดังนั้นจึงรีบพาองค์หญิงจาวหยางกลับไปยังลานน่อนซิน ตัวนางเองรีบกลับไปยังห้องหอลานซวนซี ภายในห้องนั้นเงียบผิดปกติก่อนนางออกมาจากห้อง นางได้วางผงสีขาวไว้บนพื้นใต้ประตู ตอนนี้ผงแป้งนั้นกลับคงรูปเดิมไม่เปลี่ยนแปร กล่าวได้ว่าหลังจากที่นางออกไปแล้ว ก็ไม่มีใครเข้าห้องนางอีกในขณะที่นางกำลังวางใจคลายความกังวลอยู่นั้น…นางกลับได้กลิ่นคาวเลือดที่เดี๋ยวมีเดี๋ยวหายเสียง “เอี๊ยด” ดังขึ้น หลานเยาเยาเปิดประตูออกไป ภายนอกประตูสาวใช้ทั้งสี่ต่างนอนฟุบอยู่บนพื้น แต่ทั่วทั้งห้องต่างไม่มีร่องรอยเลือดแต่อย่างใดเมื่อเดินตรวจสอบต่อไป พบว่าพวกนางต่างเพียงแค่สลบไป นางจึงเดินตรงไปยังห้องโถงด้านหน้าอย่างรวดเร็วตอนนั้นเป็นเวลามืดแล้ว ลมพัดผ้าแพรสีแดงบริเวณทางเดินเอื่อยๆ ยิ่งเพิ