วัชพืชในดง ขึ้นมากมายทว่าไม่สูง ทั้งยังไม่มีทางเดินด้วย บนหญ้านั้นกลับมีรอยเหยียบยํ่าให้เห็นชัดเจน ร่องรอยเหล่านั้นลากยาวตรงไปยังทางหลังเขาของวัดโดยตลอดหลังเขาอย่างนั้นหรือพื้นที่หลังเขาเป็นป่าไม้อุดมสมบูรณ์เขียวขจีอันไพศาล มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่าที่นั่นเป็นป่าทึบอันพิศวง ว่ากันว่าที่แห่งนั้นเคยเป็นหลุมฝังศพมาก่อน มีคนตายที่ถูกตัดหัวจำนวนมิน้อยขุนนางผู้ดูแลที่ดินเกรงว่าไอแห่งความชั่วร้ายในที่แห่งนี้จะเข้มข้นเกินไป จึงได้สร้างวัดบดบังที่แห่งนี้ เพื่อให้แสงสว่างแห่งพุทธธรรมสะกดไอแห่งความชั่วร้ายเอาไว้ทว่า!มีวัดบดบังไว้แล้ว มิหนำซํ้ายังมีภิกษุที่รู้ซึ้งในรสพระธรรมหลายรูปเข้ามาอยู่พักอาศัย เพียงแต่ว่า มิมีผู้ใดกล้าเข้าไปในดงไผ่นั้น เพราะมีคนพบว่าที่นั่นมีวิญญาณสิงสถิตอยู่…..จึงมิมีผู้ใดกล้าเข้าไปทั้งนั้น ต่อมาเหมือนกับว่ามีผู้เคยเข้าไปในนั้นแล้ว แต่คนที่เข้าไปก็ไม่มีชีวิตรอดกลับมาได้เลยสักราย พอนานวันเข้าที่แห่งนั้นก็กลายเป็นพื้นที่หวงห้าม มิอนุญาตให้ผู้ใดย่างกรายเข้าไปอีกหลานเฉินมู๋เข้าไปทำอันใดในที่แห่งนั้นกันทุกปีก็มาที่วัดแห่งนี้ หรือว่ามีความลับอันใดที่มิอาจบอกให้ผู้อื่นล่วงรู้ได้205
ดังนั้น!หลานเยาเยาจึงเดินตามทางหญ้าที่ถูกเหยียบยํ่าไปยังทางหลังเขาของวัดในไม่ช้า นางก็มาถึงเขตหวงห้ามที่ไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับสถานที่เข้าไป รอยเหยียบยํ่านั้นสิ้นสุดอยู่ตรงบริเวณรอยต่อของป่าทึ