ป็นเช่นนี้ได้นานสักเพียงใด”เสียงทุ้มกังวานพลันดังขึ้น อีกทั้งเสียงนั้นยังอยู่ใกล้นางมากอีกด้วย ทำให้นางขนลุกซู่ทั้งตัว หันศีรษะมองดูในทันใด มิรู้ว่าเย่แจ๋หยิ่งมายืนอยู่ข้างกายนางตั้งแต่ยามใดกัน“ฮึ! ข้ากับท่านสนิทกันมากหรือ”กล่าวจบก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไปด้วยท่วงท่าสง่างามเป็นที่สุดเย่แจ๋หยิ่งยืนมองนางเดินจากไปไกล สีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแต่ที่มุมปากนั้นกลับยกขึ้นเล็กน้อยจื่อซีก้าวเท้าเข้ามาอย่างรวดเร็ว“เจ้านาย จะปล่อยให้หลานเยาเยาจากไปเช่นนี้เลยหรือ”“เฮอะ นางหนีไม่พ้นเงื้อมมือข้าหรอก” เย่แจ๋หยิ่งหรี่ตาลงเล็กน้อย นํ้าเสียงทุ้มตํ่าเสียยิ่งกว่าเดิม จากนั้นพลันกล่าวขึ้นอีกหนว่า “นับตั้งแต่วันรุ่งขึ้นให้198
เคลื่อนย้ายองครักษ์ลับมายัง ลานน่อนซิน ทุกวันให้วางตั๋วเงินจำนวนห้าร้อยตำลึงไว้บนโต๊ะ แล้วเขียนสองคำบนนั้นว่า เบี้ยรักษา จนกระทั่งจาวหยางฟื้นจากอาการป่วย”ความหลงใหลในทรัพย์เป็นจุดอ่อนของนาง ไม่เชื่อหรอกว่านางจะไม่ติดกับยามที่หลานเยาเยาออกไป นางไม่ได้ปีนกำแพงออก แต่เดินกร่างผ่านประตูหน้าออกไปเลยระหว่างทางได้พบเจอกับองครักษ์ลาดตระเวน เดิมทีพวกเขาลาดตระเวนกันอย่างตั้งอกตั้งใจ ทว่าหลังจากเห็นนางแล้ว แต่ละคนล้วนมองมาที่นางด้วยสายตาอันร้อนแรง กระตือรือร้นจนนางละลายไปท่ามกลางสายตาของพวกเขา จึงได้หลบหลีกออกมาเมื่อเริ่มแรกนางรู้สึกยินดี นึกว่าเหล่าองครักษ์หลงใหลไปกับหน้าตาอันสะสวยของนา